ข่าวไอที » คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หนุนรัฐ/เอกชนเตรียมพร้อมใช้งาน Big Data

คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หนุนรัฐ/เอกชนเตรียมพร้อมใช้งาน Big Data

11 October 2017
85   0

คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ระยะ 3 ปี หนุนรัฐ/เอกชนเตรียมพร้อมใช้งาน Big Data

รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ เผยคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีมติเห็นชอบแนวทาง การดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะ 3 ปี หลังมีการเสนอร่างการดำเนินงานฯ เตรียมความพร้อมหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รองรับการใช้งาน Big Data, IoT และ Cloud Computing ในอนาคตสอดรับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 5/2560 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งนี้ มีมติเห็นชอบในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องสำคัญๆ คือ การเห็นชอบในหลัการของร่างแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2561 – 2563) พร้อมการจัดลำดับความสำคัญของร่างแนวทางการดำเนินงานฯ รวมถึงเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องมีการดำเนินการตามที่คณะอนุกรรมการนโยบายและผลกระทบเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นำเสนอและมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ธอ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ พิจารณาดำเนินการในส่วนขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดของแต่ละคณะอนุกรรมการต่อไป

สำหรับกรอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ระยะ 3 ปี ประกอบด้วย

  • 1)การอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าของไทยและรองรับการแข่งขันในเวทีโลก
  • 2)พัฒนาการเชื่อมโยงมาตรฐานข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ
  • 3) พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย ประกาศ และมาตรการที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
  • 4)เตรียมความพร้อมสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (การใช้งาน Big Data, IoT และ Cloud Computing)
  • 5)ปรับเปลี่ยนการทำงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนยอมรับการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์
  • 6) สนับสนุนให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ (Open Data)
  • 7) ส่งเสริมให้เกิดแพลตฟอร์มบริการพื้นฐาน เพื่อรองรับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นหรือบริการรูปแบบใหม่ และ
  • 8) สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนั้น คณะกรรมการฯ ยังได้มีมติเห็นชอบอีก 3 เรื่อง ได้แก่


1) เห็นชอบการออกใบ อนุญาตให้บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจบริการ e-Payment ในประเทศไทย โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการฯ อนุมัติ และต้องให้บริการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งต้องมีหนังสือแจ้งไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ทั้งนี้ บริษัท วีซ่าฯ ได้ยื่นขอรับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจบริการประเภทบัญชี ค (1) คือ ธุรกิจบริการที่ ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ การให้บริการหักบัญชี (Clearing) และบัญชี ค (4) คือ ธุรกิจบริการที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ การให้บริการสวิตช์ชิ่งในการชำระเงินหลายระบบ (Transaction Switching) เพื่อจะให้บริการเครือข่ายระบบการชำระเงินในประเทศสำหรับบัตรเดบิตภายใต้แบรนด์ “Visa” แก่สมาชิกทั้งที่เป็น ธนาคาร (Bank) และไม่ใช่ธนาคาร (Non- bank) โดยรองรับการทำรายการชำระเงินด้วยบัตรเดบิตที่ใช้มาตรฐานชิปการ์ดกลางของไทย ผ่านช่องทาง เครื่องรูดบัตร (EDC) และช่องทางออนไลน์ (ธุรกรรม e-Commerce)

 2) เห็นชอบแนวนโยบายและแนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของ หน่วยงานภาครัฐ 10 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร สำนักงานอัยการสูงสุด กรม ราชทัณฑ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน องค์การคลังสินค้า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และกองทัพบก ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัยมาก่อนแล้ว โดยเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ ต้องจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ และต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการฯจึงจะมีผลใช้บังคับได้ ซึ่งได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัย ทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งให้คณะกรรมการฯ พิจารณา ปัจจุบันคณะกรรมการฯ ให้ความเห็นชอบไปแล้ว ทั้งสิ้น 140 หน่วยงาน
และ

3) เห็นชอบแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของการท่าเรือ แห่งประเทศไทย เนื่องจากได้ผ่านการพิจารณาของฝ่ายเลขานุการฯ ตามหลักเกณฑ์การตรวจพิจารณาแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศฯ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐที่มีการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (ของผู้ใช้บริการ) ต้องจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ จึงจะมีผลใช้บังคับได้ ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการฯ ได้ให้ความเห็นชอบในกรณี ดังกล่าวไปแล้วทั้งสิ้น 10 หน่วยงาน

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ข้างต้นมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และเป็นไปตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล








Google+

View My Stats


Social Widgets powered by AB-WebLog.com.