IT NEWS » กระทรวงดิจิทัลฯ หนุนกรมอุตุฯ จัดงาน “วันอุตุนิยมวิทยาโลก” ใช้ Big Data บริหารข้อมูลพยากรณ์อากาศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

กระทรวงดิจิทัลฯ หนุนกรมอุตุฯ จัดงาน “วันอุตุนิยมวิทยาโลก” ใช้ Big Data บริหารข้อมูลพยากรณ์อากาศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

21 March 2018
132   0

กระทรวงดิจิทัลฯ หนุนกรมอุตุฯ จัดงาน “วันอุตุนิยมวิทยาโลก” ใช้ Big Data บริหารข้อมูลพยากรณ์อากาศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยกระทรวงดิจิทัลฯ สนับสนุนกรมอุตุนิยมวิทยา จัดงาน “วันอุตุนิยมวิทยาโลก” ภายใต้หัวข้อ “Weather-Ready, Climate-Smart” ในวันที่ 23 มี.ค. 2561 โชว์ศักยภาพการพยากรณ์อากาศของไทยด้วยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ คำนวณผลรายละเอียดสูงในระดับตำบล พร้อมนำ Big Data มาใช้วิเคราะห์และจัดการข้อมูล ตอบโจทย์การพยากรณ์อากาศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการด้านต่างๆ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0


              ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า วันที่ 23 มีนาคมของทุกปี องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) พร้อมด้วยประเทศสมาชิกและชุมชนอุตุนิยมวิทยาทั่วโลก จะร่วมกันเฉลิมฉลอง “วันอุตุนิยมวิทยาโลก” ซึ่งถือเป็นวันระลึกถึงการก่อตั้งองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก เมื่อปี พ.ศ.2493 โดยจะกำหนดหัวข้อเรื่องไว้ทุกปี และปี พ.ศ. 2561 นี้ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้กำหนดหัวข้อเรื่องว่า “Weather-Ready, Climate-Smart” (พร้อมเรื่องอากาศ ฉลาดเท่าทันภูมิอากาศ) ด้วยตระหนักถึงสภาวะอากาศรุนแรงผิดปกติ ที่เกิดขึ้นจากสภาพภูมิอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีการเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีระบบเตือนภัยล่วงหน้า การคาดการณ์สภาวะอากาศรุนแรงที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำ การออกการคาดการณ์พร้อมคำเตือนอย่างสม่ำเสมอและเชื่อถือได้เกี่ยวกับสภาพอากาศจะลดความสูญเสียและผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

              กรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เตรียมจัดการสัมมนาวิชาการวันอุตุนิยมวิทยาโลก 2561 เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลอง “วันอุตุนิยมวิทยาโลก” และเป็นโอกาสที่ดีที่กรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกจะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของกรมอุตุนิยมวิทยา รวมทั้งเพื่อสร้างความตระหนักรู้ความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาวะอากาศรุนแรงผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ข้อคิดเห็น และสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย


              อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับสังคมยุค 4.0 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงหรือซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาการพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข ผสมผสานกับข้อมูล การตรวจอากาศ ข้อมูลดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาและเรดาร์ตรวจอากาศ เพื่อให้ได้ผลการพยากรณ์อากาศที่มีรายละเอียดสูงในระดับตำบลที่ถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งการมีเครื่องมือสื่อสารการพยากรณ์อากาศที่ชัดเจนในหลายช่องทาง ทั้งทางสื่อสารมวลชนประเภทต่างๆ และสื่อสังคมออนไลน์ โดยมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางจะทำให้ประชาชนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาได้อย่างรวดเร็ว ทันสมัยเข้ากับยุค “ไทยแลนด์ 4.0” นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยายังได้นำเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์และจัดการข้อมูล เพื่อพัฒนาผลผลิตและตอบสนองต่อความต้องการของทุกภาคส่วนให้มีข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด อาทิ การเกษตรกรรม อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวและพลังงาน เป็นต้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่นความมั่นคง และความ ปลอดภัยในอนาคต

              สำหรับการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในปัจจุบัน ได้นำกรอบ SIGMA มาเป็นแนวทางการดำเนินงาน โดย S : Safety & Security หมายถึง การคำนวณสภาวะอากาศ เพื่อความปลอดภัยและการบริหารจัดการล่วงหน้าสำหรับหน่วยงานต่างๆ อาทิ ความปลอดภัยด้านการบิน การบริหารจัดการน้ำ ภัยธรรมชาติ และแผ่นดินไหว เป็นต้น I : Digital Infrastructure คือ การสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมทางอุตุนิยมวิทยา การสร้าง DATA Center ด้านอุตุนิยมวิทยา และการใช้ HPC (High Performance Computing) หรือการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยในการพยากรณ์อากาศ G : Digital Government การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้ในการตัดสินใจ M : Digital Manpower การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และ A : API & Application การสร้างแอปพลิเคชั่นเพื่อบริการข้อมูลด้านการพยากรณ์อากาศ

              อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับสังคมยุค 4.0 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง หรือซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาการพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข ผสมผสานกับข้อมูล การตรวจอากาศ ข้อมูลดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาและเรดาร์ตรวจอากาศ เพื่อให้ได้ผลการพยากรณ์อากาศที่มีรายละเอียดสูงในระดับตำบลที่ถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งการมีเครื่องมือสื่อสารการพยากรณ์อากาศที่ชัดเจนในหลายช่องทาง ทั้งทางสื่อสารมวลชนประเภทต่างๆ และสื่อสังคมออนไลน์ โดยมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง จะทำให้ประชาชนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาได้อย่างรวดเร็ว ทันสมัยเข้ากับยุค “ไทยแลนด์ 4.0” นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยายังได้นำเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์และจัดการข้อมูล เพื่อพัฒนาผลผลิตและตอบสนองต่อความต้องการของทุกภาคส่วนให้มีข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด อาทิ การเกษตรกรรม อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวและพลังงาน เป็นต้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่น ความมั่นคงและความปลอดภัยในอนาคต




หลักสูตรการตลาดออนไลน์คอร์สเรียนการตลาด
 Ebook ปัญหายอดฮิต ธุรกิจ SMEs
Ebook เปิดร้านอาหารอย่างไรไม่ให้เจ๊ง !!














Google+

View My Stats


Social Widgets powered by AB-WebLog.com.