สมาร์ทโฟน » Apple เปิดตัว iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X มาพร้อมกับหน้าจอที่ไร้ปุ่มโฮม

Apple เปิดตัว iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X มาพร้อมกับหน้าจอที่ไร้ปุ่มโฮม

13 September 2017
132   0

Apple  เปิดตัว iPhoneใหม่ 3 รุ่น คือ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X (ไอโฟน เท็น) โดยมาพร้อมกับหน้าจอที่ไร้ปุ่มโฮม โดยการออกแบบของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus นั้นยังไม่แตกต่างจากเดิมมาก (iPhone 7 และ iPhone 7 Plus) ยังคงที่หน้าจอขนาด 4.7 นิ้วสำหรับรุ่นปกติ และ 5.5 นิ้วสำหรับรุ่น Plus แต่เปลี่ยนที่วัสดุที่นำมาใช้คือด้านหลังของตัวเครื่องทำมาจากกระจกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน ซึ่งผิวกระจกผ่านกระบวนการลงหมึกถึง 7 ชั้น ทำให้สามารถแสดงเฉดสีและความทึบแสงได้อย่างแม่นยำ รวมถึงความอิ่มสีที่มีมิติยิ่งขึ้น นอกจากนี้ขอบเครื่องยังใช้อะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศสีเดียวกับกระจก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติด้านการกันน้ำกันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP67

สำหรับงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในครั้งนี้ จัดขึ้นที่ Steve Jobs Theater ซึ่งเป็นหอประชุมแห่งใหม่ใน Apple Park ที่สร้างขึ้นมาเพื่อระลึกถึง Steve Jobs อดีตซีอีโอ Apple เพื่อล่วงลับนั่นเอง 


iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อมกับจอภาพแบบ Retina HD ใหม่ ขนาด 4.7 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว ตามลำดับ (ขนาดเท่า iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เดิม) พร้อมการแสดงผลแบบ True Tone ที่ช่วยปรับ White Balance บนหน้าจอให้ตรงกับแสงโดยรอบอยู่ตลอดเวลา ทำให้รับชมภาพที่มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น อีกทั้งจอภาพแบบ Retina HD นั้น ยังรองรับขอบเขตสีกว้าง และสามารถแสดงสีสันได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น ส่วนด้านกล้องถ่ายรูปที่ถือว่า เป็นหัวใจหลักของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus นั้น ได้รับการปรับปรุงใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ขึ้น และพิกเซลที่เก็บรายละเอียดของภาพได้มากขึ้น โดย iPhone 8 มาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ Processor รับสัญญาณภาพใหม่ที่ออกแบบโดย Apple สามารถบันทึกภาพด้วยขอบเขตสีกว้าง, ออโต้โฟกัสได้เร็วขึ้นในสภาพแสงน้อย และถ่ายภาพ HDR ได้ดีขึ้น

สำหรับ iPhone 8 Plus มาพร้อมกับกล้องคู่ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และโหมดใหม่ Portrait Lightning (การจัดแสงภาพถ่ายบุคคล) แบบเดียวกับ iPhone X กับคุณสมบัติในการถ่ายภาพด้วยเอฟเฟกต์ระยะชัดตื้นในสไตล์การจัดแสงที่แตกต่างกัน 5 แบบ และด้านการถ่ายวีดีโอ รองรับการบันทึกวีดีโอระดับ 4K สูงสุด 60fps และ Slow Motion แบบ 1080p สูงสุด 240fps นอกจากนี้ ยังรองรับ HEIF และ HEVC ที่บีบอัดข้อมูลได้ดีขึ้นสูงสุด 2 เท่า และจัดเก็บรูปภาพและวีดีโอได้มากขึ้นอีก 2 เท่า

สำหรับชิปเซ็ตนั้น มาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple A11 Bionic แบบ 6-Core Processor ซึ่งประกอบด้วย 2-Core สำหรับการประมวลผลขั้นสูง ที่เร็วขึ้น 25% และ 4-Core สำหรับการประมวลผลแบบประหยัดพลังงาน ซึ่งเร็วกว่าชิปเซ็ต Apple A10 Fusion บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ถึง 70% สามารถทำงานทั้ง 6-Core ไปได้พร้อม ๆ กัน ทำให้สามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ ด้าน GPU ออกแบบโดย Apple ซึ่งเป็นแบบ 3-Core ประมวลผลได้เร็วขึ้น 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

เมื่อ iPhone X ต้องขยายหน้าจอให้มีพื้นที่มากขึ้น ทำให้ Apple จำเป็นต้องตัดปุ่มโฮมทิ้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Apple กำลังหาวิธีในการพัฒนาให้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสามารถฝังลงไปใต้หน้าจอได้ แต่วิธีการดังกล่าวมีปัญหาเชิงเทคนิคที่ซับซ้อนมาก และทำให้ Apple ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทัน จนต้องยอมตัดเซ็นเซอร์ Touch ID ออกไปด้วย ดังนั้น iPhone X จึงจะไม่มีปุ่มกลมๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของไอโฟนอีกต่อไป แต่คาดว่าจะมีการใช้งานแถบ Function Area ที่สามารถควบคุม และตั้งค่าการใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนปุ่มปลดล็อกตัวเครื่องนั้นอาจจะใช้งานในรูปแบบของปุ่มโฮมเสมือนจริง ที่นำเอาเทคโนโลยี 3D Touch มาใช้งานร่วมกันก็เป็นได้

ถึงแม้ว่าการออกแบบของ iPhone 8 กับ iPhone 8 Plus จะไม่เปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แต่ในด้านสเปกและคุณสมบัติอื่น ๆ เรียกได้ว่า เทียบเท่า iPhone X เลยทีเดียว

มาดูกันดีกว่าว่า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรกันบ้าง

สเปก iPhone 8 และราคาเปิดตัว
  • หน้าจอ True Tone Display แบบ iPad Pro โดยหน้าจอแสดงผลขนาด 4.7 นิ้ว แบบ True Tone Display (IPS LCD) ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล (326 ppi)
  • ขนาดตัวเครื่อง 138.4 x 67.3 x 7.3 มม. หนัก 148 กรัม
  • ชิปเซ็ต Apple A11 Bionic แบบ 6-Core Processor (64-bit) พร้อมระบบ Neural Engine และ Apple M11 หน่วยประมวลผลร่วมสำหรับประมวลผลด้านการเคลื่อนไหว
  • หน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 64 GB และ 256 GB
  • กล้องด้านหน้าแบบ FaceTime ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/2.2
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น (OIS), รูรับแสง F/1.8 และไฟแฟลชแบบ Quad-LED (4 ดวง)
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
  • รองรับระบบการชาร์จแบบไร้สาย และระบบชาร์จเร็ว
  • ฟีเจอร์ 3D Touch และ Touch ID ที่ปุ่ม Home
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Lightning
  • ลำโพงสเตอริโอแบบใหม่ เสียงดังขึ้นกว่าเดิม 25%
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 11
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Gold, Silver และ Space Gray
  • ราคา iPhone 8 ในสหรัฐฯ อยู่ที่ $699 ประมาณ 23,766 บาท สำหรับขนาด 64 GB 
  • ราคา iPhone 8 ในสหรัฐฯ อยู่ที่ $849 ประมาณ 28,866 บาท สำหรับขนาด 256 GB
สเปก iPhone 8 Plus และราคาเปิดตัว
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.4 x 78.1 x 7.5 มม. หนัก 202 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว แบบ True Tone Display (IPS LCD) ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (401 ppi)
  • ชิปเซ็ต Apple A11 Bionic แบบ 6-Core Processor (64-bit) พร้อมระบบ Neural Engine และ Apple M11 หน่วยประมวลผลร่วมสำหรับประมวลผลด้านการเคลื่อนไหว
  • หน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 64 GB และ 256 GB
  • กล้องด้านหน้าแบบ FaceTime ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/2.2
  • กล้องคู่ด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ประกอบด้วยเลนส์มุมกว้าง รูรับแสง F/1.8 และเลนส์ Telephoto รูรับแสง F/2.8, ระบบกันสั่นคู่ OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED True Tone Flash, รองรับโหมด Portrait กับ Portrait Lighting และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่า
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
  • รองรับระบบการชาร์จแบบไร้สาย และระบบชาร์จเร็ว
  • ฟีเจอร์ 3D Touch และ Touch ID ที่ปุ่ม Home
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Lightning
  • ลำโพงสเตอริโอแบบใหม่ เสียงดังขึ้นกว่าเดิม 25%
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 11
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Gold, Silver และ Space Gray
  • สำหรับขนาด 64 GB  ราคา iPhone 8 Plus ในสหรัฐฯ อยู่ที่ $799 ประมาณ 27,166 บาท
  •  สำหรับขนาด 256 GB ราคา iPhone 8 Plus ในสหรัฐฯ อยู่ที่ $949 ประมาณ 32,266 บาท

สเปก iPhone X และราคาเปิดตัว

  • ขนาดตัวเครื่อง 143.6×70.9×7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 174 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ OLED Super Retina HD แบบไร้ขอบ ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436×1125 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 458 ppi
  • ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
  • กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.4, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ (Dual-OIS), ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
  • กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
  • ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
  • ฟีเจอร์จดจำใบหน้า (Facial Recognition)
  • รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • ราคา iPhone X ในสหรัฐฯ ราคาเริ่มต้นที่ $999 ประมาณ 33,966 บาท


สรุปภาพรวมทั้งหมด iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อมกับดีไซน์ที่ยังคงคล้ายกับ iPhone 7 แต่ด้านหลังจะเปลี่ยนจากวัสดุอะลูมิเนียมเป็นกระจก, รองรับระบบชาร์จไร้สาย, กล้องใหม่, พร้อมชิป A11 โดยมีจุดเด่น คือ

  • วัสดุอะลูมิเนียมเป็นกระจกหรูหรา
  • รองรับระบบชาร์จไร้สาย
  • กล้อง 12 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ที่ดีกว่าเดิม
  • กล้องรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K @ 60fps
  • พร้อมชิป A11 ไวกว่าเดิม

สำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus  เปิดให้จอง 15 กันยายนนี้ และเปิดขายจริงในต่างประเทศ 22 กันยายน ส่วนในไทยรอประกาศอีกครั้ง

วีดีโอแนะนำ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus

วีดีโอการเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus 

วีดีโอแนะนำ iPhone X 













Google+

View My Stats


Social Widgets powered by AB-WebLog.com.