IT NEWS » Data and Automation Associate อาชีพที่จะเติบโตไปพร้อม ๆ กับ เทคโนโลยี AI

Data and Automation Associate อาชีพที่จะเติบโตไปพร้อม ๆ กับ เทคโนโลยี AI

30 March 2019
212   0

นิชฌาน ภิรมย์สวัสดิ์: Data and Automation Associate อาชีพที่จะเติบโตไปพร้อม ๆ กับ เทคโนโลยี AI
    
“ไม่ว่าโลกนี้จะเป็นอย่างไรแต่มันจะมี Demand สำหรับคนเก่งเสมอ…
แทนที่เราจะกลัวว่า AI จะมาทำงานแทน เราเอา AI มาใช้ทำงานให้ดีขึ้นน่าจะดีกว่า ”
คำยืนยันนี้ออกมาพร้อมน้ำเสียงจริงจัง จากชายหนุ่มที่ทำงานอยู่ในวงการ AI (Artificial Intelligence) และ ML (Machine Learning) ซึ่งนับได้ว่าเป็นสาขาอาชีพที่ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทยนัก
 

กระแสความตื่นตัวในประเทศไทยกับเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อภาษาไทยว่า “ปัญญาประดิษฐ์”  นั้นเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว ซึ่งความตื่นตัวและตื่นเต้นกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนี้มาพร้อมกับความกังวลต่อความมั่นคงในอาชีพว่าอาจจะถูกทดแทนด้วย AI จนเป็นที่คาดการณ์ไปว่าจะมีอาชีพใดบ้างที่จะถูกทดแทน และปริมาณคนตกงานจะเพิ่มมากขึ้นแค่ไหน แต่เมื่อมองในอีกมุมหนึ่ง AI ก็ทำให้เกิดการสร้างงานขึ้นมาได้เหมือนกัน วันนี้ JobThai จึงชวน นิก นิชฌาน ภิรมย์สวัสดิ์ วิศวกรหนุ่มและเป็นหนึ่งใน Career Coach จากทาง CareerVisa Thailand ที่คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ AI และ Career Path ในสายงานนี้ มาพูดคุยถึงอาชีพรวมทั้งมุมมองของเขาต่อความเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลกระทบกับคนทำงานให้เราได้ฟังพร้อมกันค่ะ 

AI (Artificial Intelligence) คือ ระบบคอมพิวเตอร์อะไรก็ได้ที่มีความสามารถในการคิดเองได้ ไม่ต้องให้มนุษย์เข้าไปสั่งการอะไรมาก
ML (Machine Learning) ก็คือการให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่าง Input และ Output ที่ใส่เข้าไปครั้งละหลาย ๆ ชุด 
เนื้องานของตำแหน่ง Data and Automation Associate คล้ายกับการเป็น Project Manager คือ การจัดการทั้ง Project
ในอนาคต AI จะเข้ามาช่วยทำงานที่มีลักษณะซ้ำ ๆ ซึ่งการมี AI มาช่วยอาจจะทำให้คน ๆ เดียวสามารถทำงานได้มากขึ้น 3 เท่าหรือ 10 เท่าต่อวัน
แนะนำตัวให้เราได้รู้จักกันอีกสักครั้งหนึ่ง
สวัสดีครับ ผมชื่อนิก นิชฌาน ภิรมย์สวัสดิ์ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Data and Automation Associate ฝ่าย Robotics AI and Intelligent Solutions ประจำบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ครับ

คุณนิกเรียนจบอะไรมาและเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ได้อย่างไร
ผมเรียนจบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิศวกรรมนาโน (หลักสูตรนานาชาติ) ส่วนปริญญาโทผมจบ MBA ที่ Harvard Business School ครับ
 

ส่วนการเข้ามาทำงานที่ ปตท. ต้องบอกก่อนว่าจริง ๆ ผมเป็นพนักงานทุนและทำงานที่ ปตท. อยู่แล้วตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อปริญญาโท หลังจากกลับมาก็มีการก่อตั้งฝ่าย Robotics AI and Intelligence solutions ขึ้น ก็เลยได้โอกาสมาทำงานตรงนี้ครับ

อยากให้คุณนิกอธิบายนิยามของ AI (Artificial Intelligence) และ ML (Machine Learning) ให้เราได้เข้าใจง่าย ๆ ก่อนที่เราจะไปที่คำถามอื่น ๆ
จริง ๆ แล้วตอนนี้ยังไม่มีใครที่สร้างคำนิยามที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน แต่ถ้าเป็นความหมายของ AI แบบหลวมๆ ที่เราใช้ในการตีความ คือระบบคอมพิวเตอร์อะไรก็ได้ที่มีความสามารถในการคิดเองได้ ไม่ต้องให้มนุษย์เข้าไปสั่งการอะไรมาก ส่วน ML (Machine Learning) ก็คือการให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่าง Input และ Output ที่เราใส่เข้าไปครั้งละหลาย ๆ ชุดโดยที่เว้นส่วนตรงกลางที่ยังไม่มี Algorithm ไว้ คอมพิวเตอร์จะสร้าง Code ตัวความสัมพันธ์นี้ขึ้นมาเอง ซึ่งต่างจาก Programing ปกติที่เราใส่ Input แล้วคอมพิวเตอร์จะสร้าง Output ออกมาครับ

ฝ่าย Robotics AI and Intelligence solutions ทำงานเกี่ยวกับอะไรบ้าง
เราเป็นเหมือน Solution Provider ที่ไปทำงานร่วมกับฝ่ายอื่น ๆ ใน กลุ่มธุรกิจ ปตท. หรือลูกค้าของบริษัทในประเทศไทย ในอนาคตอาจจะมีต่างประเทศด้วย
 

ตอนนี้เรายังไม่คิดที่จะสร้าง Solution ของเราเอง แต่เราจะหยิบ Solution ของคนอื่นแล้วดึงเอาการแก้ปัญหามารวมกัน ทำให้สามารถดำเนินงานด้าน Robotics และ AI กับบริษัทต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เหมือนกับเราเป็น One stop service สำหรับการ Implement เทคโนโลยีใหม่ ให้กับบริษัทต่าง ๆ

แล้วตำแหน่ง Data and Automation Associate มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
จริง ๆ โดยเนื้องานแล้วก็คล้ายกับการเป็น Project Manager ครับ ตำแหน่งของผมในระบบจริง ๆ คือวิศวกร ในระดับผมก็จะเป็นตำแหน่งวิศวกรวิเคราะห์และวางแผน แต่ด้วยเนื้องานที่ทำมันไม่ได้มีแค่การวิเคราะห์และวางแผน แต่คือการจัดการทั้ง Project เลยครับ

อะไรคือเสน่ห์ของงาน Data and Automation Associate ที่ทำให้คุณนิกรู้สึกว่างานนี้เป็นงานที่สนุก
ผมว่าเสน่ห์ของงานนี้เลยคือการได้ทำอะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา เวลาเราได้ไปเจอ Partner ที่มีเทคโนโลยีใหม่แล้วเราเห็นว่ามีโอกาสที่จะมาร่วมงานกัน ได้ไปเรียนรู้เทคโนโลยีของเขา ได้เสนอให้เขามาร่วมงานกัน เวลาที่โอกาสตรงนี้มันเข้าล็อคกันพอดี มันมีโอกาสที่จะทำให้เกิดมูลค่าได้กับทั้งสองฝ่าย มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย
 

เราไม่ใช่แค่มานั่งวาดภาพในอนาคต แต่เราเห็นชัด ๆ เลยว่าอนาคตมันมาถึงแล้วแค่เราเดินไปหยิบมันมาแล้วก็ทำ Action ของเราให้มันสามารถเกิดได้วันนี้เลย แต่จริง ๆ การได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ก็สนุกมากแล้วครับ


เมื่อพูดถึงเสน่ห์ของงานแล้วก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องถามเรื่องความยากในการทำงานบ้าง งานที่คุณนิกทำอยู่มีอุปสรรคอะไรที่รู้สึกว่าผ่านไปได้ยากบ้างไหม
มีแน่นอนครับ เพราะภาพในอนาคตมันไม่มีความชัดเจน ทำให้มันต้องมีการถกเถียงกันว่าจะออกมาเป็นอะไร เราอาจเห็นว่าอย่างนี้มันใช่ แต่เพื่อนร่วมทีมเห็นอีกแบบหนึ่ง เราจะทำยังไงให้เกิดเอกฉันท์ทางความคิดให้ได้ ต้องมีข้อมูลมาสนับสนุนสิ่งที่เราคิด แต่แน่นอนว่าเราต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย การมี Vision เป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรหลงรัก Vision ของตัวเองมากจนเกินไปมันจะทำให้เกิดอคติ และถ้า Feeling นำ Logic ก็จะทำให้เกิดผลเสียกับงานของเรา
 

ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือการสร้างความมั่นใจให้กับหน่วยงานที่เราไปคุยด้วยว่าเราจะส่งมอบ Value ให้กับเขาได้ ในการทำงานผมต้องคุยกับคนหลายคนทั้งผู้บริหารภายใน ลูกค้าภายนอก แม้จะต้องมี Logic ในการทำงาน แต่การนำเสนองานกับคนมันต้องใช้ Feeling ในการนำเสนอ ซึ่งเราต้องดึงเรื่องของ Feeling มาใช้อย่างเหมาะสม

โอกาสเติบโตในสายอาชีพนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนี้ AI เป็นสิ่งที่คนให้ความสนใจเยอะมาก ไม่ว่าอย่างไรสายงานนี้ต้องโตแน่นอน และในความคิดเห็นของผมถ้าคุณทำงานอยู่ในสายงานที่ยังโตได้ ยังไงก็มีโอกาสที่หน้าที่การงานจะโตตามไปด้วย ถ้าเกิดเราสามารถทำงานที่สร้างมูลค่าให้กับองค์กรได้ ตัวผมเองก็มีความสุขมากที่ได้อยู่กับเทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ ตรงนี้ เพราะผมคิดว่ามันมีโอกาสโตได้สูงกว่าที่อื่น

ในฐานะคนที่ทำงานกับ AI และ ML คุณนิกคิดว่า AI จะมาสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับคนทำงานบ้าง
คนมักคิดว่า AI จะมาแย่งงานที่มนุษย์ทำ ซึ่งผมว่า AI จะมาทำงานที่มนุษย์บางคนทำอยู่จริง ๆ แต่สิ่งที่มนุษย์ยังทำได้เก่งกว่าหุ่นยนต์คือ “การเรียนรู้” ถึงแม้ ML จะมีอยู่จริง แต่ความสามารถในการเรียนรู้ของคนมันหลากหลายกว่าหุ่นยนต์มาก คุณสามารถปรับการเรียนรู้ได้ตลอด ไม่ว่าโลกนี้จะเป็นอย่างไรแต่มันจะมี Demand สำหรับคนเก่งเสมอ
 

การที่คุณจะปรับตัวได้ในยุค AI คุณต้องใฝ่รู้ คุณต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีพวกนี้สามารถทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ และแทนที่เราจะกลัวว่ามันจะมาทำงานแทนเรา เราเอา AI มาใช้ทำงานให้ดีขึ้นน่าจะดีกว่า

ยกตัวอย่างสิ่งที่ AI จะเข้ามาทำให้การทำงานเปลี่ยนแปลงไป ให้เราได้เห็นภาพชัดขึ้นได้ไหม
ผมสมมติว่าเป็นงานจัดซื้อแล้วกัน เพราะงานจัดซื้อมันต้องตรวจเอกสารเยอะ บางทีเป็นเอกสารที่ซ้ำ ๆ กัน ถ้าเราเอา AI มาช่วยอ่านเอกสารตรงนี้ได้ อาจจะทำให้คน ๆ เดียวดูเอกสารได้มากขึ้น 3 เท่าหรือ 10 เท่าต่อวัน แล้วเราก็จะสามารถเอาคนไปทำตรงส่วนที่จะสร้างความแตกต่างได้ ไปสร้างสรรค์ผลงานได้มากกว่าการที่ต้องทำงานซ้ำซาก

อยากให้คุณนิกพูดถึงความภาคภูมิใจของการทำงานตรงนี้
ผมรู้สึกภูมิใจที่องค์กรเชื่อมั่นในตัวผม ที่ให้มาทำงานที่สามารถกำหนดอนาคตบริษัทได้เลย การที่เราจะ Transform องค์กรเป็นอะไรที่เสี่ยงแต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ เพราะมันชัดมากแล้วว่าถ้าคุณไม่เปลี่ยน อีก 20-30 ปีองค์กรก็จะเล็กลงเรื่อย ๆ แล้วตายหายจากไป แต่ ปตท. ไม่ใช่องค์กรแบบนั้น ปตท. อยากที่จะอยู่คู่ประเทศไทยไปอีกหลายร้อยปี ต้องใช้คนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดในการกล้าที่จะเปลี่ยน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าให้เปลี่ยนตามโลกให้ทัน

ฝากคำแนะนำถึงน้อง ๆ ที่สนใจอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับ AI หน่อย
คำแนะนำที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานไม่ใช่แค่ในสายงาน AI นะครับ ผมว่าใน Talent Pool ของโลกสมัยนี้ ทักษะที่สำคัญมาก ๆ เลยคือ “ความใฝ่รู้” ครับ เพราะว่าโลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก ๆ และการเข้าถึงข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้มันง่ายมากครับ อินเทอร์เน็ตมีมานานแล้วแต่ผมรู้สึกว่าหลายคนยังไม่ใช้มันอย่างเต็มที่
 

อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากคือภาษาอังกฤษ เพราะข้อมูลใหม่ ๆ ส่วนมากแล้วมักเขียนเป็นภาษาอังกฤษถ้าคุณจะมานั่งรออ่านบทความภาษาไทย กว่าจะมีคนมาสนใจ กว่าจะมีคนเอามาแปลก็ช้าแล้ว ผมรู้สึกว่ามันเสียโอกาสมากถ้าเราไม่พยายามเรียนรู้อะไรที่ใหม่ที่สุด
 

ผมเข้าใจว่าการเรียนรู้อะไรด้วยตัวเองมันยากแต่การที่คุณกล้าที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญจะรอให้ใครมาป้อนไม่ได้แล้ว อะไรที่เราสนใจและเห็นว่ามันสำคัญอย่ารู้สึกว่าเดี๋ยวค่อยเรียนก็ได้ ถ้ามีแรงกระตุ้นเรื่องอะไรควรหาความรู้เลยและถ้าชอบก็เรียนรู้ให้ลึกเลย สมัยนี้เราสามารถหาคนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กันได้ง่ายพอเจอแล้วก็หาโอกาสเรียนรู้อะไรเจ๋ง ๆ ไปด้วยกันครับ

ที่มา : https://blog.jobthai.com/career-tips


















Google+

View My Stats


Social Widgets powered by AB-WebLog.com.