TRENDS » ETDA จัดยิ่งใหญ่งาน Thailand Cybersecurity 2019 จับมือ 2 องค์กรชั้นนำระดับโลก “RSA® Conference และ CYBERTECH” ระดมกูรูด้านซีเคียวริตี้ ร่วมเวทีสัมมนาอัปเดตและแชร์เทรนด์ใหม่ๆ

ETDA จัดยิ่งใหญ่งาน Thailand Cybersecurity 2019 จับมือ 2 องค์กรชั้นนำระดับโลก “RSA® Conference และ CYBERTECH” ระดมกูรูด้านซีเคียวริตี้ ร่วมเวทีสัมมนาอัปเดตและแชร์เทรนด์ใหม่ๆ

21 June 2019
111   0

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)  หรือ ETDA  (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ผนึกอาร์เอสเอ คอนเฟอเรนซ์ (RSA® Conference) และไซเบอร์เทค โกลบอล   อีเวนต์ (CYBERTECH Global Events) 2 องค์กรอีเวนต์ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ระดับโลก ร่วมจัดงาน “Thailand Cybersecurity 2019” มหกรรมนิทรรศการและการประชุมระดับสากล  ภายใต้แนวคิด Cybersecurity Digital Transformation ให้คนไทยพร้อมรับ-ปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย ด้วยเวทีสัมมนาผู้เชี่ยวชาญมาอัปเดตและแชร์เทรนด์ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ใหม่ๆ ชมนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัย และเปิดโต๊ะให้เจรจาธุรกิจด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ 19-20 มิถุนายน 2562  ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์เซ็นทรัลพลาซา (ลาดพร้าว) 

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานเปิดงาน Thailand Cybersecurity 2019  กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้เดินหน้าสานต่อพันธกิจการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลตามกรอบ SIGMA  ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ด้าน ได้แก่ S (Cyber Security)  การปกป้องคุ้มครองข้อมูล ทั้งข้อมูลส่วนตัว องค์กรและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ห่างไกลจากภัยไซเบอร์  I (Digital Infrastructure)เน้นให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่น   โครงการหมู่บ้านประชารัฐ ให้ชุมชนได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต เคเบิลใต้น้ำ และsmart city  G (Digital Government) เน้นวางยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น ประชาชนเข้าถึงภาครัฐดียิ่งขึ้น M (Digital Manpower)  เน้นพัฒนาบุคลากรกำลังสำคัญในการเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศสู่ความเป็นดิจิทัล 4.0 และ A (Digital Applications) สื่อกลางที่ช่วยเปิดอุตสาหกรรมประเทศไทย ทั้งธุรกิจที่มีอยู่ในตลาดแล้วและธุรกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม ด้านSecurity”ด้านสำคัญที่ส่งเสริมให้ด้านอื่นๆ ทั้ง infrastructure  government applications รวมทั้งด้าน manpower สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาระบบสารสนเทศ ถูกคุกคาม โจมตี  จาก“ภัยไซเบอร์”อย่างต่อเนื่อง  จากข้อมูลของ European Parliament พบสถิติภัยคุกคามไซเบอร์ของโลกที่น่าสนใจ ประจำปี 2018 คือ 92% ของการติดมัลแวร์มาจากช่องทางอีเมล์  และ Web-based attacks –มีแนวโน้มการโจมตีระบบ CMS เพิ่มขึ้น รวมทั้ง Web application/injection attacks – SQL injection is the most common  ส่วนฟิชชิ่งถูกใช้เป็นช่องทางการกระจายมัลแวร์ถึง 90% และเป็นต้นเหตุของ data breaches    ถึง 72%  ขณะที่ DDoS หรือ การจู่โจมเว็บไซต์เป้าหมาย โดยอาศัยการรุมจู่โจมจากหลายๆ ที่พร้อมๆ กัน  ส่วนไทย จากสถิติการรับมือภัยคุกคามของไทยเซิร์ต ปี 2018 พบว่า ได้รับแจ้งเหตุและประสานงานรับมือภัยคุกคามทั้งสิ้น 2,520 ครั้ง รูปแบบภัยคุกคามพบมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ ภัยจากการบุกรุกหรือเจาะเข้าระบบ (Intrusion Attempts)  รองลงมาคือการฉ้อฉล ฉ้อโกง หรือหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ (Fraud)  และการบุกรุกหรือการเจาะระบบได้สำเร็จ  (Intrusions)

 

“ดังนั้น ภัยคุกคามไซเบอร์ จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนไม่ควรมองข้าม กระทรวงดิจิทัลฯ มีภารกิจในการควบคุม กำกับดูแล และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) ให้เป็นไปตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA  ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมธุรกรรมออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ อีกทั้งยังมีบทบาทใหม่ในการเป็น Regulator ที่กำกับดูแลการทำธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และในอนาคตจะมี 2 หน่วยงานใหม่ อย่าง สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาและดำเนินงานในการส่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการทำธุรกรรมออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ พร้อมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนไทย ให้ก้าวสู่ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ที่มีความมั่นคงปลอดภัย มีมาตรฐานทัดเทียมนานาชาติ  ซึ่งการสร้างความมั่งคงปลอดภัยไซเบอร์นี้ ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องเดินหน้าลงมือทำไปพร้อมกัน”  ดร.พิเชฐ กล่าว

 

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กล่าวว่า การจัดงาน Thailand Cybersecurity 2019 ครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการจัดงานใหญ่ด้าน       ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่มีจุดเริ่มต้นจากงาน Thailand Cybersecurity Week 2017 ในปี 2560 ต่อเนื่องมาสู่งาน “Big Change to Big Chance” ในปี 2561 ในโอกาสครบรอบ 8 ปีเอ็ตด้า ซึ่งไฮไลต์หนึ่ง คือ งานด้านความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ภายใต้การขับเคลื่อนของเอ็ตด้า  เพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญว่า “ความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์เป็นเรื่องของทุกคน” และมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ  

โดย  “งาน  Thailand Cybersecurity  2019” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Cybersecurity Digital Transformation   เพื่อให้คนไทยพร้อมรับ-ปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย         นับเป็นงานอีเวนต์ระดับสากล 

โดยการผนึกกำลังกับ อาร์เอสเอ คอนเฟอเรนซ์ (RSA® Conference) และไซเบอร์เทคโกลบอล อีเวนต์ (CYBERTECH Global Events) องค์กรชั้นนำของโลกในการจัดอีเวนต์ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ที่ได้นำงาน RSA®C UNPLUGGED และ CYBERTECH ASIA 2019 มาจัดพร้อมกัน เพื่อแชร์ประสบการณ์ด้าน Cybersecurity ระดับโลก ด้วยมุมมองและข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

“งานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรและบริษัทชั้นนำด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติเป็นจำนวนมาก ในการจัดงานครั้งนี้องค์กรภาครัฐ เอกชน ประชาชน นิสิตนักศึกษา ฯลฯ สามารถร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น พร้อมร่วมฟังเวทีสัมมนาที่มีสปีคเกอร์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและไทยกว่า 25 คน มาให้ความรู้มาร่วมอัปเดต และแชร์เทรนด์ซีเคียวริตี้ใหม่ๆ   เช่น The Next Chapter for AI: Ethics and Governance – Data Governance and Privacy Program Management – Regulator’s Roles and Responsibilities – Cyberthreat Landscape in Thailand and the Asia Pacific Region ฯลฯ พร้อมชมนิทรรศการนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จากองค์กรชั้นนำทั่วโลกมากมายและการเปิดโต๊ะให้เจรจาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Cybersecurity” นางสุรางคณา กล่าว

ส่วนผู้สนับสนุนการจัดงาน ได้แก่

  • บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
  • สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA),
  • บริษัท บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS),
  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน),
  • คลาวแฟร์ โดย ซอฟท์เดบู,
  • บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด,
  • อาร์เอสเอ (RSA),
  • บริษัท เอซีอินโฟเทค จำกัด (ACinfotec),
  • เอนีวิชั่น (AnyVision),
  • บริษัท เบย์ คอมพิวติ้ง จำกัด (Bay Computing),
  • บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Cisco),
  • มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL),
  • บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด (DataOne),
  • บริษัท เอ็กซ์คลูซีฟ เน็ทเวอร์คส์ (ประเทศไทย) จำกัด, 
  • บริษัท ฟอร์ติเน็ต (ประเทศไทย) จำกัด (Fortinet),
  • บริษัท จีเอเบิล จำกัด (G-Able),
  • กิ๊กกะม่อน (Gigamon),
  • อิมเพอว่า (Imperva), อิกซ์เซีย (IXIA),
  • ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน),
  • บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (NTT Communications),
  • บริษัท ไซแมนเทค (Symantec),
  • เทนเอเบิล (Tenable),
  • บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด (Trend Micro)
  • บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (nForce Secure)
  • และผู้สนับสนุนอื่น ๆ มากมาย






Google+

View My Stats


Social Widgets powered by AB-WebLog.com.