Tuesday, 2 June 2020

อ่านฟรี! กฎหมายดิจิทัลและกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์

กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกฎหมายกลางที่รองรับสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีผลผูกพันและใช้บังคับได้ตามกฎหมาย

ซึ่งกฎหมายได้ยึดหลักความเป็นกลางทางเทคโนโลยีที่ไม่ระบุเฉพาะเจาะจงเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งแต่รองรับพัฒนาการของเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หลักความเท่าเทียมระหว่างกระดาษและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และหลักเสรีภาพในการแสดงเจตนาของคู่สัญญา

โดยได้ยกร่างขึ้นตามแนวทางของกฎหมายแม่แบบที่จัดทำโดย UNCITRAL หรือคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (United Nations Commission on International Trade Law : UNCITRAL) ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแม่แบบว่าด้วยการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Model Law on Electronic Commerce 1996) และกฎหมายแม่แบบว่าด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Model Law on Electronic Signatures 2001) ที่เป็นแนวทางซึ่งหลายประเทศยอมรับและนำมาใช้เป็นแนวทางในการยกร่างกฎหมายภายในของตนเช่นกัน ทำให้กฎหมายของประเทศต่าง ๆ มีความสอดคล้องระหว่างกัน (Legal Hamonization)

ในส่วนกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฉบับที่ 3 ก็ได้นำหลักการที่เพิ่มเติมขึ้นใหม่ตามอนุสัญญาว่าด้วยการใช้การติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาระหว่างประเทศ (The United Nations Convention on the Use of Electronic Communications in International Contracts) มาปรับปรุงให้การทำสัญญาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มีความครบถ้วนยิ่งขึ้น

ดังนั้น เมื่อกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกฎหมายกลางที่รองรับสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และเสริมการบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ทำให้เมื่อมีการปรับปรุงกระบวนการให้ทำได้ในแบบอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายฉบับต่าง ๆ จึงได้เชื่อมโยงมายังกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสอดคล้องและความชัดเจน

โดยตัวอย่างกฎหมายที่โยงมายังกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น
– พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
“มาตรา 11 การดำเนินการทางศุลากร ถ้าได้กระทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือว่ามีผลโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกันกับการดำเนินการทางศุลกากรโดยเอกสาร ทั้งนี้ การนำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากรให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์”

– พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
“มาตรา 105 วรรคสอง หลักเกณฑ์ ระยะเวลา การขยายระยะเวลา วิธีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และหลักฐานประกอบตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด โดยอาจกำหนดให้ยื่นด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ การกำหนดดังกล่าวให้คำนึงถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับรูปแบบและวิธีการใช้อิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เอกสารได้ด้วย รวมทั้งให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวัน”

– ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562
“มาตรา 3 โสฬส การยื่นรายการหรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากรและการจัดทำเอกสารอื่นใดตามที่บัญญัติในประมวลรัษฎากร จะกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์”

ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดของพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2-4) รวมถึงติดตาม อ่านกฎหมาย ประกาศ และระเบียบต่าง ๆ ได้ที่ https://ictlawcenter.etda.or.th/laws โดยสามารถกดหรือคลิกไปแต่ละหัวข้อกฎหมายที่ท่านสนใจ พร้อมช่องทางในการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับกฎหมายไอซีทีได้ที่
– อีเมล ictlawcenter@etda.or.th
– โทร : 0-2123-1234 ต่อ ICT Law Center
– เพจ ICT Law Center, a member of ETDA





Google+

View My Stats