Saturday, 7 December 2019

ความสำคัญของ AI ในปัจจุบัน

AI  ไม่ใช่เรื่องไกลตัว  เพราะในปัจจุบัน ทุกคนต้องเคยใช้แล้วอย่างน้อยสักครั้งในชีวิตเช่น Apple Siri, Google Assistant รวมถึงการสั่งพิมพ์ด้วยเสียงใน LINE หรือไม่ หรือเคยได้ยินกระแส Conversational Action จาก Smart Speaker หรือลำโพงอัจฉริยะอย่าง Google Home หรือ Amazon Echo หรือเปล่า เหล่านี้มี AI เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฎิบัติการให้เราสามารถสั่งการและโต้ตอบได้ตั้งแต่ สตรีมเพลง ฟังวิทยุ ไปจนถึงการจัดการควบคุมเครื่องใช้ภายในบ้านให้สามารถเปิด-ปิด-ปรับอุณหภูมิ และฟังก์ชั่นอื่นๆได้ ทั้งยังสามารถช่วยจัดการตารางต่างๆของเรา ช่วยเตือนความจำ เรียกรถโดยสาร ไปจนถึงแนะนำร้านอาหาร ตรวจสอบสภาพอากาศ และการจราจรก่อนการเดินทาง เหล่านี้เกิดจากการพัฒนา  AI ทั้งนั้น

AI คืออะไร

  • AI คืออะไร คำนี้เราได้ยินกันมานานแสนนาน อาจจะถี่หน่อยก็ช่วงที่ผ่านมา ครั้งแรกที่ได้ยินคุณนึกถึงอะไร หลายคนอาจติดภาพของหุ่นยนต์ปัญญากลที่เราเคยเห็นจากในจอโทรทัศน์และภาพยนตร์ต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรา แต่บอกได้เลยว่าเราใช้ AI อยู่ในชีวิตแทบทุกวันโดยไม่รู้ตัว เพราะมันแทรกซึมไปทุกภาคกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การผลิต การแพทย์ การคมนาคมและอีกหลายๆ ด้าน แม้กระทั่งการติดต่อสื่อสาร การตลาด การขาย และการบริการลูกค้า หากพูดถึงสิ่งที่เป็นผลิตภัณฑ์ล้ำยุคที่เกิดจาก  AI ขณะนี้ยังมีอยู่ในตลาดโลกเพียง 5% แต่จากนี้ไปจะสำคัญกับทุกภาคธุรกิจต่อไปอีก 5-20 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว ทีนี้คุณพอจะรู้ตัวแล้วรึยังว่า AI แค่ 5% ที่ว่านั้นอยู่ในชีวิตคุณจริงๆตรงไหนบ้าง

AI มาจากไหน?

  • คำว่า AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ถือเป็นศาสตร์วิทยาการทางคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยต่างลงมือทุ่มเทสุดตัวพยายามพัฒนาทำให้สิ่งนี้ฉลาด เหมาะสม และบริบูรณ์ด้วยความสามารถอันเปี่ยมล้น ศาสตร์นี้ไม่ได้เพิ่งจะมาพัฒนากันไม่กี่ปี หากแต่แนวความคิดนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ และถูกพัฒนาส่งต่อมากว่าหลายร้อยปีจนมาถึงยุคปัจจุบัน เราเชื่อว่าจากนี้ไปในปี  2018 ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ จนคุณแทบจะลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้เราต่างเคยใช้ชีวิตกันยังไงโดยที่ไม่มีเจ้านวัตกรรมใหม่นี้ขึ้นมา
  • การทำงานของ AI คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาให้มีตรรกะการคิดเป็นของตัวเอง เป็นตัวแทนของมนุษย์ที่มีความชาญฉลาด สามารถทำงานหรือใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหาในด้านความเป็นเหตุเป็นผล โดยเชาว์ปัญญานั้นสามารถแสดงเหตุผล การเรียนรู้ การวางแผนหรือนำเสนอความสามารถอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น การประมวลผลจากข้อมูลที่เราให้ไป หรือการแสดงผลอัตโนมัติจากข้อมูลที่มีอยู่ เรียกได้ว่าเลียนแบบโครงข่ายประสาทของสมองของมนุษย์เลยทีเดียว ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของ  AI มีความแม่นยำสูงมาก จนแทบไม่พบข้อมูลผิดพลาด ทั้งยังสามารถทำงานได้ในระยะเวลาที่กำหนด และทำได้ตลอดเวลา 24 ชม. 7 วันเลยทีเดียว

บทบาท AI ต่อการลงทุน

  • ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ เข้ามามีส่วนสำคัญในการทำงานอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้จะเห็นได้ว่า มีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันเริ่มมีการใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ แล้ว เมื่อพูดถึงการลงทุนถือว่า AI มีบทบาทสำคัญไม่น้อย โดยเทรนด์การนำหุ่นยนต์มาวิเคราะห์ และให้คำแนะนำในการลงทุน บนแพลตฟอร์มดิจิทัล เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เราเรียกกันว่า Robo Advisor ที่จะช่วยให้การลงทุนง่ายขึ้น และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริการจัดการได้ดีขึ้น

ข้อดีของการใช้ Robo Advisor เพื่อการลงทุน

  • เมื่อเปรียบเทียบระหว่างแพลตฟอร์มที่ใช้หุ่นยนต์วิเคราะห์ จะมีค่าธรรมเนียมระหว่าง 0.15% และ 0.4% ต่อปี ในขณะที่นักวางแผนทางการเงินอาจจะคิดค่าบริการราว 1-2% ต่อปี
  • หากต้องการคำแนะนำจากนักวางแผนทางการเงิน คุณจะต้องใช้เงินในการลงทุนจำนวนมาก เนื่องจากนักวางแผนทางการเงินบางคน อาจจะไม่รับงาน หากมูลค่าการลงทุนต่ำเกินไป

ลงทุนด้วย Robot หรือคนดีกว่ากัน?

  • การลงทุนไม่ว่าจะด้วย Robot หรือคน ย่อมมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป มีธุรกิจมากมายที่นำความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ มาเป็นตัวช่วยยกระดับธุรกิจ ในต่างประเทศก็มีการใช้ AI มาวิเคราะห์ และตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ โดยมีการป้อนข้อมูลทางปัจจัยพื้นฐาน รวมไปถึงข้อมูลตัวเลข และสถิติต่างๆ เพื่อใช้ในการประมวลผล ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีการประมวลผลจากฐานข้อมูลมหาศาลอย่าง Big Data โดยการหาความสัมพันธ์ที่คนอาจจะมองข้ามไป ซึ่งผลงานที่ออกมาถือว่าน่าพอใจทีเดียว แต่เรื่องนี้อาจจะใหม่อยู่สำหรับประเทศไทย เนื่องจากเรากำลังอยู่ในช่วงของการศึกษาทำความเข้าใจ
  • ดังนั้นหากถามว่าการลงทุนด้วยหุ่นยนต์ หรือ คน แบบไหนดีกว่ากัน อยากให้ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า วัตถุประสงค์ในการลงทุนด้วยหุ่นยนต์ของคุณคืออะไร? หากการลงทุนของคุณในปัจจุบันมีจุดบอดที่ควรได้รับการแก้ไข ก็ย่อมมีประโยชน์หากมีหุ่นยนต์มาเป็นตัวช่วย เช่น การมอนิเตอร์สภาพตลาด การวิเคราะห์และมองหาหุ้นที่ควรเข้าซื้อ หรือดำเนินการส่งคำสั่งซื้อและขายแทนเรา ทำให้เราไม่ต้องตัดสินใจลงทุนด้วยอารมณ์​ และไม่ต้องคอยเฝ้าอยู่หน้าจอตลอดเวลา แต่หากปัจจุบันการลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว ก็อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนกับหุ่นยนต์เพื่อการนี้ ไม่ว่าจะอย่างไร AI ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรศึกษาเอาไว้ เพราะในอนาคตเชื่อว่าจะมีการพัฒนาให้หุ่นยนต์ มีความสามารถ ทักษะ และความฉลาดเพิ่มขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ดี ข้อเสียเปรียบเกี่ยวกับหุ่นยนต์ คือ มีบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้เหมือนมนุษย์ เช่น การให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องภาษี หรือคำแนะนำทางการเงิน หรือคำแนะนำในการจัดลำดับความสำคัญ ของเป้าหมายทางการเงิน (เช่น ควรชำระหนี้ หรือ เก็บออมเงินก่อน) เป็นต้น

สำหรับในวงการ FinTech มีธุรกิจสตาร์ทอัพมากมาย ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญและความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ จึงนำประโยชน์ตรงนี้มาใช้ในการลงทุนเช่นกัน

สรุปแล้ว AI จะเข้ามามีบทบาทกับคนทั้งโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมันคือสิ่งประดิษฐ์ที่สุดยอดที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ นอกจากนั้นยังมี Chatbot ที่เป็นผู้ช่วยคอยตอบคำถามเบื้องต้นของลูกค้าได้ตลอดเวลา ทำให้การทำธุรกิจดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน ในไทยเห็นจะมีตัวอย่างจากแอปพลิเคชัน Wong Nai ก็มีการใช้ Chatbot ที่สามารถโต้ตอบและบอกพิกัดร้านอาหาร จนตอนนี้ก้าวขึ้นมาอันดับ 1 ในไทยเป็นการเปิดมิติใหม่ของ Lifestyle Platform อย่างเต็มรูปแบบ ที่สามารถจ่ายเงินผ่านแอพ E-payment หรือจัดส่งอาหารผ่าน LINE MAN 


Related posts




Google+

View My Stats