Thursday, 21 November 2019

กระทรวงดิจิทัลฯ ชูบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รองรับข้อกำหนดตามพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

13 Oct 2019
101

กระทรวงดิจิทัลฯ ชูบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รองรับข้อกำหนดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จัดเวทีเสวนาเตรียมพร้อมให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล“PDPA –Privacy for All” ภายใต้แนวคิด “คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดูแลทุกภาคส่วนก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคง ทันสมัย ทั่วถึงและเท่าทัน” เชิญกลุ่มเป้าหมายกว่า 1,200 คน จากทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

 

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงฯ ได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ในวาระเริ่มแรก) ตามข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ตามหลักการเหตุผลและความจำเป็นของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพและเพื่อให้มีมาตรการเยียวยาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากการถูกละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล มีการกําหนดหลักเกณฑ์กลไก หรือมาตรการกํากับดูแลเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เป็นหลักการทั่วไป ได้กำหนดให้บทบัญญัติในหมวด 1 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และหมวด 4 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงบทเฉพาะกาลที่บัญญัติเกี่ยวกับการจัดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในวาระเริ่มแรก มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เพื่อให้มีระยะเวลาการเตรียมความพร้อมในด้านการคุ้มครองข้อมูลของประเทศในภาพรวม ก่อนที่บทบัญญัติในหมวดอื่นจะมีผลบังคับใช้หลังจากวันที่ประกาศ 1 ปี

 

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ในวาระเริ่มแรก) ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ โดยมีนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  โดยในวันนี้ (10 ตุลาคม 2562)สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้จัดให้มีการสัมมนาแนะนำกฎหมายและสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “PDPA –Privacy for All” ภายใต้แนวคิด “คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดูแลทุกภาคส่วน ก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคง ทันสมัย ทั่วถึงและเท่าทัน” ณ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ  เพื่อเป็นการแนะนำกฎหมายและแผนการดำเนินงานของสำนักงานฯ แห่งนี้ ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกภาคส่วนถึงบทบาทและหน้าที่ของสำนักงานฯ และที่สำคัญเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับหลากหลายภาคส่วนในการยกระดับองค์กร ให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาข้อมูลในด้านต่างๆ ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้บริหารหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการดูแลข้อมูลของหน่วยงาน และผู้แทนกลุ่ม/สมาคม/มูลนิธิ ตลอดจนสื่อมวลชน กว่า 1,200 คน เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

 

นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าวถึง ปัจจุบันมีการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การเก็บรวบรวม การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อันเป็นการล่วงละเมิดดังกล่าว สามารถกระทำได้โดยง่าย สะดวก และรวดเร็ว รวมทั้งก่อให้เกิด ความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม ตัวอย่าง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยที่เกิดขึ้นบ่อย และพึงระวังไว้ จะเป็นเรื่องการขาย โอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยที่เจ้าของข้อมูลเองไม่ได้ให้ความยินยอม และเรื่องข้อมูลรั่วจากบริษัทป้องกันที่ไม่ดีพอ เช่น ไฟล์บัตรประชาชน ใบขับขี่ ถูกแฮ็ก หรือถูกเรียกค่าไถ่ ตลอดจนข้อมูลรั่วจากการโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทางลงบนสื่อโซเชียล เป็นต้น

 

นายพุทธิพงษ์ฯ ย้ำด้วยว่า สิ่งที่คนไทยจะได้รับจากกฎหมายฉบับนี้ก็จะตอบโจทย์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขณะเดียวกันก็ช่วยปลดล็อกให้ธุรกิจและหน่วยงานรัฐสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ภายใต้มาตรฐานสากล คือ

  • (1) ป้องกันการล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลอันจะเกิดจากการล่วงละเมิด สร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือสร้างความเสียหายใดๆ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การเก็บรวบรวมข้อมูล การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกระทำได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็วในการก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวบุคคล ตลอดจนต่อเศรษฐกิจโดยรวม
  • (2) ช่วยแก้ปัญหาการไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าที่ควรเพราะติดกับข้อติดขัดที่ไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ที่ผ่านมามีอุปสรรคอย่างมากในการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นการสร้างกลไกและมาตรฐานการกำกับดูแลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

 “ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับในการสัมมนาครั้งนี้ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับ ไปใช้เพื่อยกระดับองค์กร และเพื่อเป็นการปรับตัวในการเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และรับทราบถึงบทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเริ่มแรก นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสามารถรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อห่วงกังวลของหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมไปเป็นข้อมูลสำหรับจัดทำคู่มือและแนวทางปฏิบัติในแต่ละด้านอีกด้วย” นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย


Related posts
กระทรวงดิจิทัลฯ เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์จาก บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี จำกัด มาให้ความรู้สู่ การเตรียมพร้อมเพื่อการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ลงพื้นที่จ.กาญจนบุรี เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชน บริษัท อินทผลัมภาคตะวันออก จำกัด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานแรลลี่การกุศล ครั้งที่ 7 จัดโดยสำนักงานข่าว AC NEWS
กระทรวงดิจิทัลฯ กระชับความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอล ประจำประเทศไทย
รมว. กระทรวงดิจิทัลฯ เรียกประชุมเตรียมความพร้อม ก่อนเปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ปาฐากถาในงานสัมมนา TDPG 2.0 Building Trust with Data Protection




Google+

View My Stats