Tuesday, 2 June 2020

เทรนด์ e-Commerce ปี 2020 จะเป็นอย่างไร

12 Jan 2020
329

เทรนด์ e-Commerce ปี 2020 จะเป็นอย่างไร นี่คือสิ่งที่บรรดากูรูที่นั่นได้กะเก็งกัน ผ่าน consultancy แห่งสหราชอาณาจักร ที่ได้สอบถามบรรดากูรู โดยมีหัวข้อและรายละเอียดดังนี้

การล่อให้คลิกหรือ Clickbait กำลังตาย ประเภทแบบ “เหลืออีก 3 ห้องเท่านั้น” และ “คุณมีเวลา 30..29..28…วินาทีในการสั่งซื้อ!” การขายแบบนี้คือการขายระยะสั้นที่ใช้ประโยชน์จากอารมณ์และความไม่มั่นคงของคน ซึ่งทำลายคุณค่าของแบรนด์ในระยะยาว ดังนั้น ทศวรรษใหม่ควรมุ่งไปที่การใช้เวลาสร้างแบรนด์และการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณค่า เพื่อสร้าง engage กับผู้ชมดีกว่า

2. “การบล็อกคุกกี้และการติดตามต่าง ๆ ส่งผล”

ในยุคแห่งการปกป้องความเป็นส่วนตัว เราจะเห็นเบราว์เซอร์ชั้นนำที่ทำให้การปกป้องความเป็นส่วนตัวดียิ่งขึ้นด้วยการบล็อกคุกกี้และการแทรคกิ้งทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อการรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า คนทำ e-Commerce ต้องทำงานหนักขึ้น เนื่องจากการพึ่งพาคุกกี้เพื่อการติดตามวัดผลทางการตลาด เริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อย ๆ

3. “ความเบลอร์ของออนไลน์และออฟไลน์”

ที่สหราชอาณาจักรปีนี้ การเดินซื้อของในเทศกาลเซลปลายปี Black Friday เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 มันไม่ได้บอกถึงการฟื้นตัวของร้านค้าปลีกหรอก แต่มันสะท้อนว่า ผู้บริโภคต้องการช่องทางบริการที่เป็น omni-channel (โดยเฉพาะจากออนไลน์ไปออฟไลน์) ปีที่ผ่านมา ผู้ค้าปลีกได้รวมเทคโนโลยีดิจิทัลลงร้านค้ามากขึ้น และเสนอบริการอย่างเช่น คลิกซื้อแล้วไปรับที่ร้าน หรือสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อชำระสินค้า หรือแบรนด์ที่โตมาจากออนไลน์ได้ขยายไปขายบนร้านจริง เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า

4. “การใช้ AI ในเชิงรุก”

จากแค่ตอบรับ e-Commerce จะเดินหน้ารุก ด้วยการใช้แมชีนเลิร์นนิงเรียนรู้กระบวนการหลายอย่าง เช่น การระบุลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อ การทิ้งตะกร้าซื้อ หรือแม้แต่การคืนสินค้า อัลกอรีธึม AI ของ e-Commerce จะทำงานร่วมกับอัลกอรึทึมอื่น อย่าง CRM และ ERP

5. “หมดเวลาแฟชั่นติดไซเรน?”

ในยุคที่คนตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ สินค้า Fast Fashion ที่เน้นการผลิตและขายในราคาถูก และมาเร็วไปเร็ว กลายเป็นอีกจำเลยที่สร้างขยะให้ล้นโลก กลุ่มเป้าหมายสำคัญของ Fast Fashion คือวัยรุ่น แต่เมื่อ Gen Z ยุคนี้มีสำนึกรักษ์โลกมากขึ้น ๆ เราจึงได้เห็นแอปสินค้าแฟชั่นมือสองอย่าง Depop ซึ่งหากสิ่งนี้ยังดำเนินต่อไป เราก็คงจะเห็นผู้เคยยิ่งใหญ่มาก่อนในตลาดแฟชั่นดิ้นรนเพื่อรักษายอดขายมากขึ้น

6. “GDPR ยังน่าปวดหัว”

เพราะการที่บางองค์กรได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังในการคัดข้อมูลลูกค้าเพื่อปิดทุกความเสี่ยงจากผลกระทบของกฎหมาย ได้ส่งผลต่อนักการตลาดในการทำการตลาด แทนที่จะหาวิธีที่ดีที่สุดในการใช้ข้อมูลที่ยังอยู่ในกรอบของกฎหมาย เพื่อให้เกิดการสื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลาดโอกาสทางการตลาดอย่างน่าเสียดาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือการทำความเข้าใจในตัวบทกฎหมายอย่างถ่องแท้ และการสามารถนำมาใช้เพื่อทำการตลาดให้มากที่สุด

สำหรับประเทศไทยเอง น่าสนใจว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีผลอย่างเต็มรูปแบบในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ทางบริษัท e-Commerce ต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้เตรียมการในเรื่องนี้อย่างไรเช่นกัน

นอกจาก 6 เรื่องนี้แล้ว ยังมีเรื่องอื่นเช่น “PSD2” หรือ Payment Services Directive 2 ที่เป็นระเบียบการชำระเงินของทางสหภาพยุโรปฉบับล่าสุดที่เพิ่มความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้ค้าว่าจะทำลายประสบการณ์ของผู้ใช้หรือไม่

ที่มา ecommerce-trends-2020-predictions





Google+

View My Stats