Sunday, 13 October 2019

8 ขั้นตอนในการนำ RPA ไปใช้งานในธุรกิจ

ธุรกิจจะเริ่มต้นใช้งาน RPA กับงานแบบไหนบ้าง?สำหรับตัวอย่างของการเริ่มต้นใช้งาน RPA ในธุรกิจต่างๆ ก็มักเริ่มต้นจากการมองหาหนทางในการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้

  • เริ่มต้นจากการแก้ไขกรณีการใช้งานเฉพาะทางอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการป้อนข้อมูลปริมาณมหาศาลหรือการย้ายข้อมูลข้ามระบบงานต่างๆ เพื่อให้เห็นกรณีความสำเร็จนี้ก่อนเริ่มต้นนำไปใช้กับกรณีอื่นๆ ในภายหลัง
  • มองหาแนวทางการจัดการเอกสารและข้อมูลต่างๆ ให้มีความรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น และลดปัญหาการที่พนักงานลาออกจากการทำงานที่ซ้ำซากลง
  • ริเริ่มการก้าวสู่ธุรกิจ 4.0 ด้วยการเริ่มต้นให้พนักงานได้เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงงานของตนเองให้เป็นอัตโนมัติมากขึ้น นำเทคโนโลยีมาช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นก้าวแรกๆ สู่การนำเทคโนโลยีมาใช้งานมากขึ้นในอนาคตให้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เป็นก้าวแรกในการทำ Digital Transformation ภายในองค์กร ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในธุรกิจให้ดีขึ้น โดยมี RPA เป็นจุดเริ่มต้น เป็นทีมงานจริงจังในการปรับปรุงกระบวนการด้านการจัดการเอกสารและข้อมูล

โดย 8 ขั้นตอนในการนำ RPA ไปใช้งานในธุรกิจก็มีหลายระดับ ได้แก่

  1. เริ่มต้นให้ความรู้ด้าน RPA กับแผนกต่างๆ ภายในองค์กร ตั้งแต่การทำความรู้จักในเชิงเทคนิค, การค้นหาความต้องการและกรณีการใช้งานที่เหมาะสมกับธุรกิจในองค์กร, การทำความรู้จักกับเครื่องมือ RPA ในรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงการทำให้แผนก HR เข้าใจในแนวโน้มของเทรนด์ด้านการทำธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากการมาของ RPA เพื่อให้การรับพนักงานใหม่นั้นเหมาะสมต่อวิสัยทัศน์ในอนาคตของธุรกิจ
  2. กำหนดตัวผู้นำด้านการนำระบบ RPA จากแผนกต่างๆ และคัดเลือกกรณีการใช้งานที่เหมาะสมจะนำมาเป็นจุดเริ่มต้น พร้อมกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการทดลอง RPA ให้ชัดเจน
  3. ให้ผู้พัฒนาระบบ RPA มานำเสนอเทคโนโลยีและทำความรู้จักในแง่มุมต่างๆ ทั้งความง่ายในการใช้งาน, ความมั่นคงปลอดภัย, การใช้งานในระยะยาวเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ และแนวทางการเรียนรู้เทคโนโลยี RPA อย่างต่อเนื่อง
  4. เริ่มทดสอบการใช้งาน RPA ในธุรกิจ เพื่อให้ทีมงานได้มีประสบการณ์และทำความเข้าใจในการทำ RPA จริงในธุรกิจ
  5. เริ่มใช้งาน RPA จริงในโครงการทดสอบที่คัดเลือกมา จนโครงการนี้ประสบความสำเร็จและกลายเป็นโครงการต้นแบบให้กับแผนกต่างๆ ของธุรกิจได้นำไปศึกษาและต่อยอด
  6. เมื่อมีแผนการใช้ RPA มากขึ้นในธุรกิจแล้ว ก็ต้องมีการสร้าง RPA Center of Excellence (CoE) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาระบบ RPA สำหรับรองรับการใช้งานจริงในแผนกต่างๆ และดูแลรักษาระบบ RPA ให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในทุกแผนกแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการการทำงานหรือรูปแบบของเอกสารในอนาคต
  7. ขยายโครงการ RPA ให้ครอบคลุมกระบวนการการทำธุรกิจในส่วนอื่นๆ มากขึ้น และเลือกกระบวนการใหม่ๆ มาปรับให้เป็นอัตโนมัติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  8. ก้าวสู่การทำ Digital Transformation อย่างเต็มตัว จากการที่ RPA ช่วยเปลี่ยนกระบวนการการทำงานให้กลายเป็น Digital มากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้พนักงานในแต่ละแผนกมีเวลาในการไปทำงานเชิงรุกเพื่อพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้สำหรับทีมงานที่จะดูแลระบบ RPA นี้ จะต้องมีทั้งฝั่งธุรกิจเพื่อกำหนดทิศทางและเลือกกระบวนการต่างๆ มาทำ, มีแผนก IT เพื่อช่วยตระเตรียมระบบเบื้องหลังเพื่อรองรับการทำงานของ Bot ใหม่ๆ และช่วยประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระบบต่างๆ รวมถึงยังต้องมี Developer เพื่อทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง Bot ที่มีความซับซ้อนสูง รองรับ Application เฉพาะทางหลากหลายที่มีอยู่เดิมให้ได้






Google+

View My Stats