Friday, 13 December 2019

Air Space เทรนด์ค้าปลีก รับมือผู้บริโภคยุคใหม่

ธุรกิจค้าปลีกต้องทำยังไง เมื่อพฤติกรรมลูกค้ายุคนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง Air Space กลายเป็นเทรนด์อนาคตที่ธุรกิจต้องปรับตัวไปในทิศทางนี้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าจะแบบใด ที่ไหนในโลกก็ได้ ดังนั้นผู้ประกอบการค้าปลีกต้องปรับวิธีคิดใหม่ ไม่ยึดว่าจะขายที่ไหน ยังไง แต่ให้ยึดว่าผู้บริโภคจะซื้อตอนไหน ที่ไหน ด้วยวิธีใดก็ได้ ขอแค่ให้ซื้อเท่านั้น

ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการที่ข้ามข้อจำกัด ทั้งในเรื่องของเวลา สถานที่ รูปแบบ และวิธีการซื้อ จากอิทธิพลของโลกออนไลน์ ส่งผลให้ปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกโลกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการทยอยปิดตัวของร้านค้าปลีกต่างๆ

ทั้งนี้ บริษัท เอ็นไวโรเซล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการแบบไร้ขีดจำกัด ที่เห็นได้ชัดในเวลานี้ มี 3 ลักษณะด้วยกัน

1. ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการสินค้าที่อยู่บนชั้นวางเท่านั้น แต่อาจจะต้องการสินค้าที่ไม่มีในประเทศ (Consumer Demand is more globalization)

2. แทนที่จะเลือกซื้อสินค้าที่วางอยู่ในร้าน แต่กลับเลือกซื้อด้วยวิธีการคลิก ยกตัวอย่าง เสื้อผ้า แทนที่ลูกค้าจะเลือกซื้อเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ในร้าน แต่กลับใช้การซื้อออนไลน์ เพื่อที่จะสามารถหาชุดที่เข้ากัน ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าจากหลายๆ แหล่งได้ในเวลาเดียวกัน

3. วันนี้ผู้บริโภคไม่ต้องรอเวลาเลิกงาน หรือห้างเปิด เพื่อที่ช้อปสินค้า หากดูจากผลการวิจัยจะพบว่า ชาวอเมริกัน 43 เปอร์เซ็นต์เลือกซื้อสินค้าบนเตียงนอน ขณะที่ 23 เปอร์เซ็นต์ เลือกบนโต๊ะทำงาน ดังนั้นเรื่องของสถานที่ (Location) อาจจะไม่ได้เป็นจุดแข็งของร้านค้าปลีกอีกต่อไป แต่ราคากลับเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้บริโภคแทน และเชื่อว่าพฤติกรรมดังกล่าวคนไทยเองก็เริ่มเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ

จะเห็นได้ว่า จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะคนกลุ่มมิลเลเนียมที่วันนี้กำลังเติบโตและมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั่วโลก และกำลังเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการจับจ่ายที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจร้านค้าปลีกกดั่งเดิม ไม่สามารถที่จะตอบความต้องการของผู้บริโภคได้

 สำหรับแนวทางการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีกนั้น จำเป็นต้องฉีกกรอบจาก shelf space เป็น air space คือ สามารถสั่งซื้อสินค้าแบบใด ที่ไหนในโลกก็ได้ แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันประเทศไทยยังไปไม่ถึงจุดที่เรียกว่า air space เต็มรูปแบบ ดังนั้นในมุมมองของเอ็นไวโรเซล แนะนำว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องเร่งทำในเวลานี้ นั่นคือ การปรับตัวเข้าสู่รูปแบบการขายที่ผสมผสานระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน หรือ Omnichannel คือ ต้องไม่ยึดว่าจะขายอย่างไร ขายที่ไหน แต่ยึดว่าผู้บริโภคจะซื้อตอนไหน ซื้อที่ไหน ซื้อด้วยวิธีใดก็ได้ เพียงแต่ขอให้ซื้อเท่านั้น

ทั้งนี้ หากดูจากผลการวิจัยของสหรัฐอเมริกา บอกว่า การทำ Omnichannel ย่อมดีกว่าการไม่ทำอะไรเลยแน่นอน เพราะ 59 เปอร์เซ็นต์ของร้านค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาบอกว่า Omnichannel ช่วยทำรายได้ให้ธุรกิจมากกว่า ที่สำคัญสามารถสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement ) กับลูกค้าได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ร้านค้าปลีกที่ไม่ทำ Omnichannel สามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าได้เพียง 33 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นับเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกของไทยเช่นกันที่ต้องคิดแล้วว่าจะผสานออฟไลน์กับออนไลน์ เพื่อสร้าง Omnichannel ที่มีศักยภาพได้อย่างไร และจะกลายเป็นทางรอดให้กับธุรกิจค้าปลีกในเวลานี้ด้วย ก่อนที่ธุรกิจค้าปลีกอาจจะกลายเป็น air space เต็มรูปแบบในอนาคตก็ได้






Google+

View My Stats