Friday, 18 October 2019

การใช้ประโยชน์เทคโนโลยีคราวด์ซอสซิ่ง (Crowdsourcing) คืออะไร

สำหรับกระบวนการ Crowdsourcing นี้เป็นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กลับมาฮิตมาขึ้นเพราะอินเทอร์เนต 2.0 คำ Crowdsourcing

ซึ่งถ้าจะเปรียบเปรยให้คล้ายที่สุดก็คือการ Brainstorm ร่วมกันของคนสาธารณะ ที่มีพื้นฐานจากหลากหลายอาชีพ มีความเห็นหรือพื้นฐานความคิดที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความคิดเห็นที่หลากหลายแล้วแบรนด์หรือองค์กรนั้นจะรวบรวมความคิดเห็นนั้นไปวิเคราะห์ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำต่อไป 

เทคโนโลยี Crowdsourcing ถูกนำมาใช้ในหลายด้านด้วยกัน เช่น

  • การรวบรวมข้อมูล  เช่น การทำให้ทุกคนสามารถส่งคำแปลภาษาท้องถิ่นเข้าสู่ระบบแปลภาษาได้
  • การระดมทุน ในรูปแบบนี้เรียกว่า “Crowdfunding” เกิดจากผู้ที่มีไอเดียอยากทำสินค้าขายหรืออยากทำธุรกิจแต่ขาดเงินทุน จึงต้องมีการระดมทุนผ่านระบบ Crowdfunding
  • การทำงานในบริษัทห้างร้าน เช่น การเสนอไอเดียจากพนักงานหลายๆคน รวมถึงจากลูกค้าด้วย เพื่อนำมาช่วยในการวิเคราะห์และออกแบบสินค้าหรือบริการแบบใหม่
  • การแข่งขันเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุด  บางการวิจัยก็ได้นำแนวคิดนี้เข้ามาใช้ เช่น NASA เปิดให้คนทั้งโลกสร้างระบบและหลักการคำนวณ (Algorithm) ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการตรวจหาดาวหางจากภาพถ่ายดวงดาวที่ NASA จัดหาไว้ให้ ผ่านทางระบบออนไลน์เป็นการรวบรวมความเห็นจากผู้คนจำนวนมากเพื่อให้ในการตัดสินในผลิตและจำหน่ายสินค้า
  • การตลาด การทำการตลาดนั้นมีความสำคัญที่ต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค หรือต้องรู้ว่าผู้บริโภคนั้นกำลังมีปัญหาอะไร จึงจะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จะมาช่วยให้ผู้บริโภคนั้นสามารถแก้ปัญหาหรือใช้ชีวิตให้ดีขึ้นได้ แต่การทำ Consumer Survey หรือการทำ Focus Group นั้นอาจจะเป็นเรื่องเสียเวลาและเสียงบประมาณมากก็ได้ แถมสุดท้ายอาจจะไม่ได้ไอเดียทางการตลาดที่ดีก็ได้ ซึ่งวิธีหนึ่งที่คนทำการตลาดยังไม่ค่อยใช้กัน แต่วงการเทคโนโลยีนิยมใช้กันคือวิธีการที่เรียกว่า Crowdsourcing

คุณสมบัติและข้อดีของ Crowdsourcing

(1) Wow Experience เป็นประสบการณ์ที่สร้างความประหลาดในให้กับผู้บริโภคเพียงเพาะว่าไม่มีใครสามารถคาดเดาในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการมีส่วรร่วมของผู้บริโภคได้

(2) ขยายฐานชุมชนออนไลน์และสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค — สมมติเมื่อแบรนด์สินค้าเข้าไปอยู่ Content ของผู้บริโภค และผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับ Content ของแบรนด์ จึงทำให้เกิด Touch Point เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ

(3) เห็นพฤติกรรมและความคิดเสนอแนะจากผู้บริโภค — การที่ผู้บริโภคได้ร่วมสร้าง Content ด้วยตัวเอง หรือเล่าในมุมมองของตัวเองผ่านแบรด์ และมุมมองที่อยากให้แบรนด์เป็น จึงทำให้พื้นที่ตรงนี้คล้ายกับการทำ Focus Group เล็กๆ จากผู้คนทั่วโลก

(4) ง่ายต่อการ Viral การร่วมสร้างสรรค์ Content จากผู้บริโภคทำให้เกิดความหลากหลายของเนื้อหาและมีคุณภาพหลากหลายเล่านี้เอง จะเป็นตัวทำหน้าที่ส่งต่อ Viral ด้วยตัวของตัวเอง

ทั้งนี้สำหรับข้อดีของการทำ Crowdsourcing นั้นคือการที่สามารถระดมความเห็นได้จากผู้คนที่หลากหลายที่อยากมีส่วนร่วมกับองค์กรหรือแบรนด์เรา ใช้เวลาไม่นานในการรวบรวมความเห็น ได้ปริมาณมากและได้คุณภาพของความเห็น สามารถทำจำนวนเท่าไหร่หรือขยายกิจกรรมนั้นให้ใหญ่ได้ และข้อดีสุดคือการใช้งบประมาณที่ไม่มาก เมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ

 






Google+

View My Stats