Friday, 18 October 2019

Cloud มีรูปแบบการให้บริการอะไรบ้าง?

27 Sep 2019
144

Cloud Computing เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่พร้อมรองรับการทำงานของผู้ใช้งานในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่าย การจัดเก็บข้อมูล การทดสอบระบบหรือติดตั้งฐานข้อมูล หรือการใช้งานซอฟต์เฉพาะด้านในธุรกิจต่างๆ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องติดตั้งระบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไว้ที่สำนักงานให้ยุ่งยาก แต่สามารถใช้งานในสิ่งที่ต้องการได้ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบ Cloud Computing ผ่านอินเทอร์เน็ต

ในการเชื่อมต่อกับระบบหรือการใช้งานผ่าน Cloud นั้นแท้จริงไม่ใช่การทำงานผ่านก้อนเมฆหรืออากาศที่ไม่มีตัวตนแต่อย่างใด แต่เป็นการเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ Data Center ของผู้ให้บริการนั่นเอง ซึ่งศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้ระบบที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยอย่างมาก

โดยในภาพรวมอาจจะดูเหมือนว่า Cloud Computing เป็นระบบที่เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ แต่จริงๆ แล้ว Cloud Computing เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจทุกขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เพราะบริการต่างๆ ของ Cloud Computing นอกจากแยกตามประเภทการใช้งานแล้ว ยังมีการคิดค่าบริการตามขอบเขตที่ใช้งานจริงของแต่ละองค์กรด้วย

เช่น บริการเกี่ยวกับ Cloud Computing ของ CS LOXINFO ในส่วนของซอฟต์แวร์อย่างแอปพลิเคชั่น More+ ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นค้าปลีก แม้จะเป็นร้านค้าขนาดเล็กอย่างร้าน Kios ก็สามารถใช้งานได้ โดยมีค่าบริการเพียงหลักร้อยบาทต่อเดือนเท่านั้น

หรือบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Cloud Storage) อย่าง WeCloud ซึ่งช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลขององค์กรมีความสะดวกและความปลอดภัยมากกว่าการเก็บไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ ผู้ใช้ก็สามารถเลือกใช้พื้นที่เท่าที่ต้องการและจ่ายค่าบริการตามที่ใช้งานจริง ซึ่งมีความคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับคุณสมบัติและประโยชน์ที่จะได้รับ

หลักๆ แล้ว ณ ปัจจุบันจะมีการให้บริการอยู่  6 ประเภท ที่ลูกค้ามักจะใช้บ่อยๆ คือ

  1. Infrastructure-as-a-Service (IaaS) คือ เป็นโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกับระบบคอมพิวเตอร์คือ มีทั้งหน่วยประมวลผล ระบบเครือข่าย และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้ใช้งาน และเป็นการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ( Infrastructure) และระบบการจัดเก็บข้อมูลขององค์กร (Storage) เพื่อรองรับการใช้งาน Software และ Application เช่น Microsoft Azure, Dropbox, Google Drive for business, Amazon Web Services
  1. Platform-as-a-Service (PaaS) คือ เป็นการใช้งานเกี่ยวกับแพลตฟอรม์ต่างๆ เช่น การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่นหรือโมบายแอปพลิเคชั่น และเป็น การให้บริการด้าน Platform สำหรับผู้ใช้งานเช่น Developer ที่ทำงานด้าน Software และ Application โดยผู้ให้บริการ Cloud จะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการพัฒนา Software และ Application เอาไว้ให้ เช่น Database Server, Web Application เป็นต้น
  1. Software-as-a-Service (SaaS) คือ เป็นการใช้งานทางด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งภายใต้ระบบหรือเทคโนโลยี Cloud Computing จะมีซอฟต์แวร์เฉพาะด้าน เช่น ซอฟต์แวร์ทางบัญชี ซอฟต์แวร์การบริหารจัดการโรงแรม และอื่นๆ ซึ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจประเภทต่างๆ ให้ใช้งาน และเป็นการให้บริการด้าน Software และ Application ผ่านทางอินเตอร์เน็ต คล้ายกับการเช่าใช้ คิดค่าบริการตามลักษณะการใช้งาน เช่น Microsoft Office 365
  2. Desktop-as-a-Service (DaaS) คือ โดยเนื้อแท้ของโครงสร้างมัน คือ Traditional VDI เดิม ๆ นี่ล่ะครับ เพียงแต่ยกเอาระบบทั้งหมดไปไว้ที่อื่นไม่ได้เอาไว้ในบริษัทของเราเอง คือการทำ Hosted Desktop Service นั้นเองยกเอาระบบ VDI ไปเก็บไว้ที่อื่นเช่น ISV หรือ ISP แล้วให้เค้าเป็นคนบริหารจัดการระบบทั้งหมด โดยเราแค่เลือกจำนวนผู้ใช้แล้วจ่ายค่าใช้งานรายเดือนให้กับทางผู้โฮสติ้งระบบไปเป็นเดือน ๆ
  3. Disaster-Recovery-as-a-Service (DRaaS) คือ การกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยทั่วไปเเล้วถ้า องค์กรไหนต้องการมี DR ก็ต้องลงทุน H/W, เเละ S/W ไว้รองรับไว้ที่ site สำรองเพื่อทำงานทดเเทน เมื่อไม่สามารถทำงานที่ site หลักได้ ซึ่งฟังดูเหมือนง่าย เเต่เเท้ที่จริงเเล้วมีความซับซ้อนในการสร้างมากๆ
  1. Business Process-as-a-Service (BPaaS)คือการให้บริการแพคเกจ Software และ Application สำหรับการดำเนินธุรกิจโดยรวมเอาบริการพื้นฐาน IaaS, PaaS และ SaaS เข้าไว้ด้วยกัน แพคเกจที่ให้บริการถูกออกแบบตามขั้นตอนการทำธุรกิจ (Business Process) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเลือกใช้เฉพาะ Software และ Application ที่เหมาะสมกับกระบวนการทางธุรกิจแต่ละประเภท แพ็คเกจของ Software และ Application ที่นำมาให้บริการเป็นการเลือกใช้ Software และ Application เฉพาะทางหลาย Application มารวมกัน ซึ่งการให้บริการแบบ BPaaS จะต้องสามารถวัดผลประสิทธิภาพของกระบวนการทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการใช้แอพลิเคชั่นที่ใช้งานได้

ทั้งนี้เทคโนโลยีในการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์กำลังจะเปลี่ยนไป เปลี่ยนจากการที่ผู้ใช้งานต้องเตรียมหรือติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เพื่อตอบสนองการทำงานไว้ที่สำนักงานด้วยตัวเอง ไปเป็นการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ Cloud Computing และ ไม่เพียงเท่านั้น การที่สามารถเชื่อมต่อและใช้งานระบบได้ผ่านอินเทอร์เน็ตทำให้การทำงานไม่ถูกจำกัดอยู่ในสถานที่หนึ่งสถานที่ใดอีกต่อไป แต่สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งโน้ตบุ้ก สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตได้เลย


Related posts
True IDC จับมือ Tencent ประเทศไทย เสริมแกร่งเศรษฐกิจดิจิทัล จัดตั้งแพลตฟอร์มคลาวด์ตอบสนองอัจฉริยะระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย
ไฟเขียว! พ.ร.บ.จัดตั้ง “สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย” พร้อมเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อน 5G
Microsoft เปิดตัว Azure Stack ให้ลูกค้าสามารถติดตั้งระบบดาต้าเซ็นเตอร์ของตนเองได้
รองนายกฯ ประจิน หนุนกระทรวงดิจิทัลฯ จับมือ หัวเว่ยร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล
คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หนุนรัฐ/เอกชนเตรียมพร้อมใช้งาน Big Data
ข้อแนะนำวิธีสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันมัลแวร์เรียกค่าไถ่หรือข้อมูลสูญหาย




Google+

View My Stats