Friday, 3 April 2020

depa นำดิจิทัลสตาร์ทอัพพบนายกรัฐมนตรี โชว์เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทาง

24 Feb 2020
147

depa นำดิจิทัลสตาร์ทอัพพบนายกรัฐมนตรี โชว์เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทาง ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563, บริเวณหลังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นำดิจิทัลสตาร์ทอัพสาขาเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรี พร้อมนำเสนอบริการด้านต่าง ๆ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคดิจิทัล

ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น นำดิจิทัลสตาร์ทอัพจาก 4 บริษัทจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทาง (TravelTech) แสดงต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

พร้อมบอกเล่ารูปแบบการให้บริการในมิติต่าง ๆ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวและการเดินทางยุคดิจิทัล โดยหวังเป็นส่วนช่วยในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางของไทย รองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ซึ่งดิจิทัลสตาร์ทอัพเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทางทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย

1. Drivemate (บริษัท ไดร์ฟเมท จำกัด) สตาร์ตอัพน้องใหม่ ผู้ให้บริการ Car-sharing แห่งแรกของไทย หรือแพลตฟอร์มให้บริการรถเช่า ผู้ฉีกกฎการปล่อยเช่าและเช่ารถแบบเดิม ๆ โดยเปิดโอกาสให้เจ้าของรถสร้างรายได้ผ่านรถส่วนตัว ซึ่ง Drivemate เปรียบเสมือนตัวกลางให้ผู้ปล่อยเช่ารถยนต์กับผู้ที่ต้องการเช่ารถยนต์มาพบกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายผ่านการนำมาปล่อยให้เช่าบนแพลตฟอร์มของ Drivemate ที่ให้เจ้าของรถสามารถกำหนดราคาปล่อยเช่าได้ด้วยตัวเอง

2. VenueE (บริษัท เวนิวอี จำกัด) แหล่งรวมสถานที่จัดประชุม ห้องประชุม ในกรุงเทพกว่า 1,500 แห่งให้ลูกค้าค้นหา เปรียบเทียบข้อมูล ขอใบเสนอราคาฟรี และจองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ สะดวก รวดเร็ว ครบจบในที่เดียว

3. Sneak (บริษัท เก็ต สนีก จำกัด) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวางแผนการท่องเที่ยวด้วยการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวจากรูปภาพ และเป็นระบบที่ทำงานด้วย GPS Based

4. Haup (บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด) ผู้นำในการให้บริการ Car-sharing ของไทยที่นำเทคโนโลยีแบบใหม่ มาทำให้การใช้บริการเช่ารถของคนในประเทศมีความสะดวก ง่าย และคล่องตัวยิ่งขึ้น

ดร.ชินาวุธ กล่าวว่า เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทางถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันให้
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศขยายตัว ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการให้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบ สนองตอบพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลง พร้อมก้าวสู่การเป็น Smart Tourism โดยธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทางมีโอกาสเติบโตสูง หากได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับปัจจัยหนุนในเรื่องของการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทางของดิจิทัลสตาร์ทอัพทั้ง 4 รายในวันนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมแพลตฟอร์มการให้บริการเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทางด้านต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยฝีมือคนไทย ไม่ว่าจะเป็นบริการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวและช่วยวางแผนการท่องเที่ยวและการเดินทาง ตรวจสอบสภาพอากาศ บริการค้นหาและจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก ช่วงเวลาการทำกิจกรรม หรือแม้แต่เช่ายานพาหนะ ฯลฯ ผ่านการใช้งานบนอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Device) เพื่ออำนวยความสะดวก และสรรสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ใช้งานในยุคปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

“สำหรับดิจิทัลสตาร์ทอัพที่ร่วมนำเสนอผลงานต่อนายกรัฐมนตรีและคณะในวันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของดิจิทัลสตาร์ทอัพที่ได้รับการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ภายใต้มาตรการส่งเสริมของ ดีป้าที่มุ่งผลักดันให้เกิดดิจิทัลสตาร์ทอัพสาขาเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทางสัญชาติไทย พร้อมติดอาวุธให้เกิดความเข้มแข็ง ก่อนก้าวสู่ระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่ยุค 4.0 ในที่สุด” ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

Related posts
“ดีป้าใต้บน” จับมือกับ สถาบันดิจิทัลสตาร์ทอัพ และ QueQ สร้าง Social Distancing
“ดีป้า” เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ KORAT Smart City ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
DEPA ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตรวจรับงานก่อสร้างตึกสาขาภาคตะวันออก ตาม พรบ.การจัดจ้างฯ พร้อมให้แนวทางเตรียมแผนสำรองรับมือ COVID-19
DEPA คลอดมาตรการที่สอง ตั้งเป้าช่วย SMEs หาบเร่ แผงลอย เกษตรกร ชุมชน รวมกว่า 7,500 ราย ประยุกต์ใช้ดิจิทัล สู้ภัยเศรษฐกิจ-COVID-19-วิกฤติภัยแล้ง
Work From Home อยู่บ้านหยุดแพร่กระจายเชื้อเริ่มเห็นผล ลดได้ถึงกว่า 40% จะดียิ่งขึ้นถ้าเราร่วมมือกันจนลดได้ถึง 90%
COVID-19 หรือเปล่านะ บางทีก็ไม่แน่ใจ กังวลเป็นบางครั้ง เอะ! หรือเป็นไข้ธรรมดา…ลองสังเกตอาการสักนิด อย่าคิดไปเอง




Google+

View My Stats