Wednesday, 11 December 2019

DRM (Digital Right Management) คืออะไร

DRM คือ การจัดการสิทธิดิจิทัล (Digital Right Management) หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า DRM เป็นคำรวม ๆที่ใช้อ้างถึงกรรมวิธีทางเทคนิคหลาย ๆ แบบในการควบคุมหรือจำกัดการใช้สื่อดิจิทัล    บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีนี้ลงไป DRM บางครั้งก็เรียกว่า ระบบการจัดการลิขสิทธิ์อิเล็กทรอนิกส์ สื่อที่นิยมนำเอา DRM  มาจำกัดการใช้งานได้แก่ สื่อดนตรี งานศิลปะ และ     ภาพยนตร์ การใช้ DRM กับสื่อดิจิทัลก็พื่อป้องกันรายได้ที่อาจจะสูญเสียไปอันเนื่องมาจากการทำซ้ำ   ผลงานลิขสิทธิ์อย่างผิดกฎหมาย ถึงแม้ว่าการการะทำดังกล่าวจะมีข้อโต้แย้งจากคนบางกลุ่มว่า การ  โอนย้ายสิทธิมนการใช้สื่อจากผู้บริโภคไปให้กับผู้จำหน่ายนั้นจะทำให้สิทธิอันชอบธรรมบางประการของผู้ใช้สูญเสียไปก็ตาม เนื่องจากยังไม่พบว่ามีเทคโนโลยี DRM ใดในปัจจุบันที่จะมีกลไกรักษาสิทธิอันพึงมี หรือสิทธิการใช้งานอย่างยุติธรรมเลย


การปกป้องคุ้มครองไฟล์ดิจิทัล มีองค์ประกอบทางเทคนิคดังนี้

  • Packagers จะทำการรวบรวมข้อมูล และ metadata ให้อยู่ในรูปของไฟล์ที่ปลอดภัย (secure file) ซึ่งบางครั้งจะถูกเรียกว่า packages หรือ envelopes
  • Controllers จะอาศัยอยู่บนอุปกรณ์ของผู้ใช้ เช่น เรื่องคอมพิวเตอร์ (PC) เรื่องเล่นเพลง (music players) เครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book readers) เป็นต้น เมื่อผู้ใช้ร้องขอให้มีการส่งไฟล์มายังเครื่องของตน controllers จะทำหน้าที่ตรวจสอบตัวตน (identity) ของอุปกร์ของผู้ใช้ และตัวผู้ใช้เอง รวมทั้งตรวจสอบลักษณะของการเรียกไฟล์ จากนั้นจะทำการถอดรหัสข้อมูลไฟล์ (decrypt) และเปิดให้มีการเข้าถึงไฟล์ controllers บางตัวอาจทำหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้งานของไฟล์ข้อมูลนั้นด้วย
  • License servers ระบบป้องกันแบบใหม่ในปัจจุบันมักจะมีการติดตั้ง license servers ด้วย ซึ่งระบบนี้จะมีการเข้ารหัส licenses ซึ่งบางครั้งเรียกว่า tickets หรือ vouchers ซึ่งจะบ่งบอกถึงสิทธิในคอนเทนท์, ตัวตนของผู้ใช้ และ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่จะสามารถอ่านคอนเทนท์นั้นได้ รวมทั้งจะมีการบอกเงื่อนไขของการใช้คอนเทนอท์ด้วย อย่างไรก็ตาม DRM หลายประเภท ก็ติดอยู่กับตัวแฟ้มข้อมูลเลยโดยไม่จำเป็นต้องมี encrypted license servers

จะเห็นได้ว่า DRM ในความหมายอย่างแคบก็คือการทำหน้าที่เป็นเครื่องมือควบคุมการเข้าถึง และการทำซ้ำ (access control and copy control) ข้อมูลดิจิทัลเท่านั้น แต่ DRM ในความหมายอย่างกว้าง รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถบริหารจัดการและติดตามการใช้ digital content ได้ ซึ่งมุ่งเน้นใน “การบริหารจัดการสิทธิ” ใน digital content มากกว่า โดย DRM ในความหายอย่างกว้างจะเกี่ยวข้องกับ

  • (1) สิทธิที่เจ้าของ content พึงมี (business rights) เช่น สิทธิของผู้เขียนบทความที่จะอนุญาตให้นำบทความไปตีพิมพ์หรือไม่ หรือ สิทธิของนักแต่งเพลง ที่จะอนุญาตให้นำผลงานไปทำเป็นสิ่งบันทึกเสียงหรือไม่ ซึ่งการอนุญาตให้มีการใช้ผลงานในลักษณะดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าธรรมเนียม (royalties) ด้วย
  • (2) เทคโนโลยีติดตามการเข้าถึง content (access tracking) การมีความสามารถที่จะติดตามได้ว่ามีผู้เข้าถึง digital content ชิ้นหนึ่งๆ มากน้อยเพียงใดนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งแก่ผู้ให้บริการ content ไม่ว่าจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมก่อนที่จะเข้าสู่ content หรือไม่ก็ตาม และ
  • (3) การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (rights licensing) ผู้ให้บริการข้อมูลอาจกำหนดขอบเขตของการอนุญาตให้ผู้อื่นนำเอางานของตนไปใช้โดยกำหนดไว้ภายใต้หนังสือสัญญา เป็นต้น 

Digital Rights Management (DRM) 

คือ ระบบการจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้อยู่ในรูปแบบดิจิตอล ผู้ผลิตเป็นผู้กำหนดขอบเขตการเข้าถึงของ ผู้ใช้ ผู้ผลิตยังสามารถควบคุมวิธีใช้   แฟ้มที่ได้รับการป้องกันคือแฟ้มที่ใช้ DRM เหมือนกับเป็นการกำหนด สิทธิ์การเข้าใช้งานสื่อ (ทั้งซอร์ฟแวร์และฮาร์ดแวร์)   กล่าวคือ สิทธิ์ในการใช้งานแฟ้มที่ได้รับการป้องกันด้วย วิธีการเฉพาะเจ้าของผลงาน เช่น ร้านค้าออนไลน์ การควบคุมเพลงดิจิตอล และแฟ้มวิดีโอที่ใช้ และการกระจาย ร้านค้าออนไลน์ขาย และเช่ามีป้องกัน DRM เพลงและวิดีโอที่มีสิทธิ์การใช้สื่อเพื่อให้สามารถใช้เฉพาะของเนื้อหา เพลงที่ได้รับการป้องกันหรือวิดีโอที่ได้รับการป้องกันคือ เพลงที่ได้รับการป้องกันหรือวิดีโอที่ได้รับการป้องกันเป็นแฟ้มที่ใช้ในการป้องกัน DRM เมื่อต้องการให้มีการป้องกันของเพลงหรือเล่นวิดีโอ คุณต้องมีสิทธิ์การใช้งานสื่อสำหรับตารางนั้น

ส่วนประกอบของDRM

DRM ประกอบด้วยส่วนประกอบทางเทคโนโลยีจำนวนหนึ่งซึ่งรวมทั้งมาตรการคุ้มครองทางเทคโนโลยี โดยทั่วไป DRM จะประกอบด้วยส่วนเข้ารหัสลับ กลไกการเฝ้าระวังฐานข้อมูล และส่วน จัดใบอนุญาตให้กับเจ้าของและผู้ใช้ ระบบ DRM จะถูกออกแบบให้จัดการสิทธิที่มีความสัมพันธ์กับ ข้อมูลข่าวสารอย่างอัตโนมัติ หน้าที่การจัดการนี้สามารถรวบรวมการปกป้องงานลิขสิทธิ์รวมทั้ง      ข่าวสารอื่น ๆ จากการใช้งานหรือการทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต การแต่งตั้งและการบังคับ

 ถึงแม้ว่าการควบคุมการทำซ้ำและการใช้โปรแกรมประยุกต์เป็นสิ่งที่รุ้จักกันดีมาตั้งแต่ ปี 1980 แต่สำหรับคำว่า DRM จะนำไปใช้กับเนื้อหาเชิงศิลปะมากกว่า และมีความหมายเกินกว่าขอบเขต      ของกฎหมายลิขสิทธิ์ทั่วไปที่เน้นไปที่การครอบครองเนื้อหาทางกายภาพเท่านั้น แต่ DRM จะบังคับให้มีข้อจำกัดอื่นเพิ่มเติมจากดุลพินิจของผู้จำหน่ายเองอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับที่มีอยู่ในกฎหมายลิขสิทธิ์ก็ได้

คำว่า การจัดการสิทธิดิจิทัล หรือ DRM นี้ ตั้งขึ้นโดยผู้ออกแบบโปรแกรมและผู้จำหน่ายสื่อ  เพื่ออ้างถึงมาตรการทางเทคนิค แต่เนื่องจากคำว่า สิทธิ ในที่นี้จริง ๆ แล้วมันคืออำนาจหรือความสามารถที่เจ้าของเนื้อหาเป็นผู้จัดให้กับผู้ซื้อ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเดียวกับ สิทธิตามกฎหมาย      ที่ผู้บริโภคควรได้รับก็ได้ ดังนั้นนักวิจารณ์ส่วนหนึ่งจึงบอกว่าการใช้วลี การจัดการสิทธิดิจิทัล นั้น      ไม่ถูกต้อง ในความหมายลักษณะนี้ควรจะใช้คำว่า การจัดการข้อจำกัดดิจิทัล ซึ่งจะมีนัยตรงกับหน้าที่ของระบบ DRM มากกว่าตัวอย่างที่ DRM ทำเกินกว่าสิ่งที่กฎหมายลิขสิทธิ์กำหนด

ทั้งนี้สำหรับ DRM หรือ การปกป้องคุ้มครองข้อมูลดิจิทัล (protection of digital content) ให้ปลอดภัยจากการเข้าถึง (access control) หรือทำซ้ำ (copy control) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยี เช่น ใส่ encryption ในไฟล์ข้อมูลที่ต้องการคุ้มครอง และอนุญาตให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลก็ต่อเมื่อระบบได้ตรวจสอบตัวตน (identity) ของผู้ใช้และตรวจสอบสิทธิในการเข้าถึงไฟล์นั้นเสียก่อน (authenticated) การคุ้มครองไฟล์ข้อมูลด้วยวิธีนี้ ค่อนข้างมีความปลอดภัย เนื่องจาก DRM จะติดอยู่กับไฟล์ดิจิทัล ไม่ว่าไฟล์ข้อมูลนั้นจะมีการถ่ายโอนไปที่ใด 






Google+

View My Stats